เช็คราคา Freitag กระเป๋าสุดชิคที่มีใบเดียวในโลก

เช็คราคา Freitag กระเป๋าสุดชิคที่มีใบเดียวในโลก

เช็คราคา Freitag กระเป๋าสุดชิคที่มีใบเดียวในโลก

กลับมาแล้วค่ะ สาวๆ วันนี้ลูกเกดจะขอพักเรื่องเครื่องสำอางแล้วพามาดูแฟชั่นสุดคูลที่วัยรุ่นสายสตรีทแฟชั่นต้องรู้จัก Freitag กระเป๋าที่ทำมาจากผ้าใบคลุมรถบรรทุก มีแค่ใบเดียวในโลก!

การออกแบบกระเป๋าแต่ละใบ เน่นความเรียบง่ายและสะดวกในการใช้ใส่ของได้เยอะ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องสำอางหรือของทุกสิ่งอย่างสามารถเทลงไปได้ในกระเป๋าที่ขึ้นชื่อว่าทนทานใช้นานหลายปี หลายๆ รุ่นในคอลเลคชั่นได้รับรางวัลการออกแบบ และยังครองใจวัยรุ่นรวมไปถึงการดีไซน์ให้เข้ากับวัยที่โตขึ้นเข้ากับไลฟ์สไตล์ชีวิตคนทำงาน

ครั้งนี้ลูกเกดจะพาทุกคนไป Freitag Popup BKK @สยามสแควร์ ไม่ต้องเดินทางไปซื้อที่ถึงต่างประเทศหรือพรีออเดอร์ราคาแพง มีให้เลือกหลายแบบตอบโจทย์ทุกสไตล์ ตั้งแต่วัยรุ่นไปจนถึงวัยทำงาน ใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชาย ความพิเศษอยู่ที่ทุกใบลายไม่ซ้ำกัน ดูดี มีสไตล์สุดๆ แต่ละรุ่นจะราคาเท่าไหร่ ตามมาเช็ดกันได้เลย


SALLY ราคา 9,900 บาท

HAWAII FIVE-O ราคา 6,400 บาท

LASSIE ราคา 7,900 บาท


KOWALSKI ราคา 7,900 บาท

MIAMI VICE ราคา 3,900 บาท


CAROLINE ราคา 4,900 บาท

ยังมีรุ่นอื่นให้สาวๆ ได้ดูอีกเพียบ สาวๆ ลองไปช้อปกันนะคะ

กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร Your Dream, We Drive

กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร Your Dream, We Drive

กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร Your Dream, We Drive

กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร
Your Dream, We Drive

เคยสงสัยไหมว่าการที่ใครสักคน หรือกลุ่มคนสักกลุ่มหนึ่งอยากจะทำตามฝัน พวกเขามีความสามารถแต่ขาดเงินทุนสนับสนุน ถ้าพวกเขาไม่ยอมแพ้อยากสร้างมันฝันให้เป็นจริงจะต้องทำอย่างไร

หากเป็นเมื่อก่อนเราไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นสมัยนี้สิ่งที่เรียกว่า ‘Crowdfunding’ อาจจะเป็นตัวเลือกที่ทำให้พวกเขาไปถึงเป้าหมายได้ ในต่างประเทศการระดมทุนสร้างฝันผ่านออนไลน์เกิดขึ้นนานแล้วอย่างเช่นในkickstarter.com แล้วคนไทยที่มีความฝันเขาควรจะไปที่ไหน คำตอบคือ Asiola.com เพราะนี่เป็นเว็บไซต์ระดมทุนเพื่อคนไทยที่มีฝันโดยที่มี ‘กิรตรา พรหมสาขา ณ สกลนคร’ เป็นหนึ่งในผู้จัดการแคมเปญ

ที่ผ่านมาเราอาจเคยได้ยินชื่อของเธอ ในฐานะลูกสาวของเขียว คาราบาว (กิรติ พรหมสาขา ณ สกลนคร) หรืออดีตศิลปินค่าย Dojo City กับ Smallroom แต่บางคนอาจไม่รู้ว่าเธอเป็นผู้ก่อตั้ง ‘HAVE YOU HEARD?’ คอนเสิร์ตโปรโมเตอร์ที่นำไลฟ์โชว์ศิลปินนอกกระแสจากต่างประเทศมาแสดงที่กรุงเทพฯ รวมไปถึงเคยทำงานเบื้องหลังในแวดวงโปรดัคชั่น เป็นนักเขียน นักแปล ดังนั้นการเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้ดูแลสร้างฝันให้คนอื่นในฐานะผู้จัดการแคมเปญ จึงเป็นอีกความท้าทาย หากมองให้เห็นภาพกิรตรา คือผู้ที่สแกนความฝันว่าโครงการที่เสนอเธอจะช่วยเพิ่มโอกาสหรือผลักดันได้อย่างไรแล้วช่วยตั้งแต่ต้นจนจบ โดยมีพื้นที่ของ Asiola เป็นที่สร้างโอกาสให้เกิดขึ้น

เมื่อก่อนเราทำงานหลากหลายด้านมาก เคยเป็นศิลปิน เคยทำงานด้านโปรดักชั่น ทำงานโฆษณาโดยอยู่เบื้องหลัง จัดคอนเสิร์ตเชิญศิลปินต่างประเทศนอกกระแสมาแสดง เป็นคอลัมน์นิสต์ เป็นนักแปล กระทั่งวันหนึ่งพี่เจ (มณฑล จิรา) ชวนเข้ามาทำงานที่ Asiola ในฐานะ Campaign Manager ตอนแรกพี่เจเสนอให้เราดูแลแคมเปญที่เกี่ยวกับดนตรี เพื่อช่วยให้ศิลปินได้สร้างผลงาน เราเข้าใจดีว่าเป็นศิลปินก็ต้องอยากมีผลงาน และแคมเปญนี้อาจช่วยให้ศิลปินแต่ละท่านได้ทำผลงานออกมาเป็นรูปเป็นร่างได้ เราเลยตกลงและส่วนตัวเราพอคุ้นเคยกับการระดุมทุนแบบ crowdfunding อยู่แล้ว เพราะเคยเข้าไปศึกษาที่ kickstarter มาก่อนพอรู้ว่าเมืองไทยกำลังจะมีในสิ่งที่เปิดโอกาสให้คนได้สร้างฝันคล้ายๆ กัน เรายิ่งสนใจอยากร่วมงานกับ Asiola

หน้าที่ของ Campaign Manager ค่อนข้างเยอะ แต่สนุก หน้าที่หลักคือ บริหารแคมเปญ เช่นมีคนส่งไอเดียเข้ามานำเสนอ เราก็จะให้คำแนะนำว่าควรทำอย่างไร บางคนไอเดียดี แต่การนำเสนอแคมเปญยังไม่น่าสนใจ เราก็จะช่วยคอมเมนต์กลับไปให้เข้าปรับ หรือให้คำแนะนำว่าควรจะเน้นจุดไหนเพื่อดึงดูดความสนใจของคนอื่นๆ ได้มากขึ้น รวมไปถึงแนะนำเรื่องเงินทุนหรือ funding goal ว่ามันสูงไปไหม ต่ำไปหรือเปล่า ระยะเวลาแคมเปญควรจะนานเท่าไหร่ ผลตอบแทนในแคมเปญต่อผู้ร่วมลงทุนหลากหลายพอไหม รวมไปถึงแคมเปญวีดีโอดีพอสำหรับนำไปใช้ขึ้นบนเว็บหรือยัง โดยรวมเราช่วยดูแลทุกอย่างตั้งแต่ต้นจนจบ ช่วยปรับพัฒนาทุกอย่าง ซึ่ง Asiola ให้เราดูแลทุกขั้นตอน แต่หากเป็น Kickstarter ต้องดูแลจัดการกันเอง แต่ทาง Asiola จะช่วยดูแลเรื่องเงินระดมทุนเพื่อปกป้องผู้สนับสนุนด้วย จะได้ไม่เกิดกรณีระดมทุนแล้วโดนเชิดเงินหนี เพราะเคยมีกรณีระดมทุนจนได้เงินถึงเป้าใน kickstarter แต่สุดท้ายเจ้าของโครงการหนีหายไปเลยผู้สนับสนุนไปแล้วเรียกร้องอะไรไม่ได้เลย

Campaign Manager เป็นตำแหน่งหน้าที่ที่แปลกใหม่ มันกึ่งๆ Editor แต่ก็ยังมีความ Production อยู่ แรกๆ เราไปช่วยออกกอง ไปช่วยถ่ายวีดีโอ มีส่วนช่วยดูในเรื่องของ Art Direction ดูกราฟฟิกบ้าง เราสนุกที่ได้ทำหลากหลายก็เลยคิดว่ามันน่าสนใจ โชคดีที่ทำงานมาหลายอย่างมีทักษะหลายด้าน เลยปรับตัวกับหน้าที่ใหม่ไม่ยาก แต่สิ่งที่เราคิดว่าท้าทายมากที่สุดน่าจะเป็นการสื่อสารให้คนไทยเข้าใจ คอนเซ็ปต์ของ Crowdfunding ก็เป็นอะไรที่ใหม่มากดังนั้นจะทำยังไงให้แคมเปญออกมาแล้ว คนเข้าใจได้

การทำให้คนรับรู้เกี่ยวกับสิ่งที่ Asiola ทำอาจเปลี่ยนคำนิดหน่อยก็เข้าใจง่ายขึ้น หากเป็น มิวสิคแคมเปญ เราจะอาจจะไม่นำเสนอว่าเป็นการ crowdfunding แต่ใช้คำว่า pre-order แทน เพราะว่าคนไทยเข้าใจคำนี้มากกว่า ในความหมายของพรีออร์เดอร์ก็คือสั่งจองไปก่อน แต่ยังไม่ได้ของ ซึ่งในคอนเซ็ปต์นี้ คนไทยจะคุ้นเคย แต่กลับกันหากบอกว่า “มาร่วมกับ crowdfunding สำหรับศิลปินคนนี้กัน” คนก็จะงงๆ ว่าอะไร (หัวเราะ) อย่างล่าสุด ศิลปินวง Monomania ที่มาร่วมแคมเปญกับ Asiola ลองประกาศว่าอัลบั้มจะออกอีก 3 เดือน แต่ยังขาดเงินทุนอยู่ หากอยากสนับสนุน Monomania ก็ให้เข้ามาไปที่เว็บไซต์ Asiola เพื่อเข้ามา pre-order อัลบั้ม ถ้ามีคนจองมากพอ Monomania ก็จะได้ทำอัลบั้มให้เกิดขึ้นได้จริง ซึ่งปรากฎว่าคนเข้าใจและมีผลตอบรับที่ดี

หน้าที่เราคือต้องมองถึงความเป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ตัวอย่างเช่นหากเจ้าของแคมเปญเป็นนักดนตรีหรือศิลปิน เราจะต้องพิจารณาก่อนฝีมือ และฐานแฟนเพลงก่อน ด้วยความที่ crowdfunding มันใหม่มากๆ ถ้ามาเจอวงดนตรีที่ใหม่เกินไปก็อาจจะยากมากๆ ดังนั้นก็อาจจะต้องทำเพลงมาสักพักนึงจนมีฐานแฟนๆ มาบ้าง หรือถ้าเป็นไอเดียอื่นๆ เราก็จะดูว่า มันส่งผลดีต่อคนอื่นไหม เพราะการสร้างแรงจูงใจให้คนสนใจแคมเปญเป็นเรื่องสำคัญ

ลองคิดสลับกันสมมุติว่าคุณเจอแคมเปญสองแคมเปญที่คล้ายกัน แคมเปญแรกของนาย ก. อยากเปิดร้านขายของชำ แต่เป็นร้านขายของชำที่ร้านไหนๆ ก็มีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเราอาจจะมองว่าไม่เห็นน่าสนใจเลยไม่สนับสนุน ส่วนแคมเปญนาย ข.บอกว่า เป็นร้านขายของชำที่จำหน่ายสินค้าจากชาวเขาเป็นการช่วยส่งเสริมสร้างรายได้ให้ชาวเขา สินค้าหาซื้อที่ไหนไม่ได้ และรายได้ส่วนหนึ่งจะเอาไปบริจาคต่อยอดให้เกิดการพัฒนาการเกษตรที่ยั่งยืน แบบนี้เราก็อยากจะสนับสนุน อยากที่จะช่วย

เราอยู่กับ Asiola ตั้งแต่เริ่มต้นวันนี้พอมองเห็นแล้วว่ามีการเติบโต เริ่มมีอีเมลมาเยอะขึ้นเพื่อนำเสนอแคมเปญ แต่ก็ยังมีอีเมลส่งเข้ามาประมาณว่า “ผมอยากได้เงิน 300,000 บาท เพื่อเปิดร้านขายของชำครับ” มันอาจจะผิดเพราะเราไม่ใช่ธนาคาร (หัวเราะ) หรือบางคนส่งไอเดียเข้ามาดีมากอยากทำทัวร์พาไปเที่ยวเมืองไทยที่ Inside มากๆ อยากพานักท่องเที่ยวไปดูวิถีชีวิตชาวบ้านที่ไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม แต่ก็มีคำถามว่าคนที่เข้ามาสนับสนุนได้อะไร

กรณีนี้ผู้เสนอไอเดียอาจจตีโจทย์ยังไม่แตก เราก็จะช่วยแนะนำให้เขาแก้ปรับไป จนถ้ามันเกิดขึ้นได้จริงระดมจนจนถึงเป้าตั้งก็สร้างฝันได้ ส่วนของ Asiola คิดค่าคอมมิชชั่น 10% ของจำนวนเงินที่ระดมทุนได้ทั้งหมดเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสนับสนุนแคมเปญเช่นทำการตลาด ทำโปรโมท บริหารจัดการด้านต่างๆ ถ้าแคมเปญไม่เกิดก็ไม่ต้องเสียอะไรเลยทั้งเจ้าของโปรเจค และผู้ร่วมลงทุน

เป้าหมายสูงสุดคืออยากให้ Asiola ประสบความสำเร็จ แม้สิ่งนี้จะเป็นเรื่องใหม่ในสังคมไทย แต่เรามั่นใจว่านี่จะเป็นหนึ่งในช่องทางที่ช่วยให้หลายๆ คนที่มีความสามารถ มีไอเดียดีๆ ได้ทำไอเดียเหล่านั้นให้เกิดขึ้นจริงได้ในทุกวงการไม่ว่าจะวงการเพลง ศิลปะ หรือวงการอื่นๆถ้า Asiola มีส่วนช่วยในการผลักดันเราก็ยินดี

Her Profile

อาชีพ : Campaign Manager
การศึกษา : ปริญญาตรี : Southern New Hampshire University, Faculty of Business ประเทศอเมริกา

Degree Achieved : Bachelor’s of Science in Marketing

After Work

เราพยายามออกกำลังกายอยู่ และพยายามออกไปเจอเพื่อนๆ จริงๆ เพราะช่วงที่ทำงานหนักๆ เลิกงานก็อยากกลับบ้าน ไม่อยากไปไหน (หัวเราะ) ชีวิตเหมือนกับตื่นเช้าทำงานเข้าออฟฟิศ เลิกงานตอนเย็นกลับบ้าน พอผ่านไปหลายๆ เดือน รู้สึกเหมือนหมดพลัง แต่ถึงจะเหนื่อย แต่ก็ต้องออกไปเจอเพื่อนๆ บ้าง หรือไปออกกำลังกายสักหน่อย เป็นการทำให้ตัวเองสดชื่น

“พลพล” จากนักดนตรีกองทัพ สู่เจ้าของบทเพลงเสียงนุ่มกินใจ

จัดว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นสุดๆสำหรับแฟนเพลงเลย เมื่อศิลปินรุ่นพี่ของค่าย Genie records อย่าง พลพล ได้กลับมาพร้อมเพลงใหม่อย่าง หล่อเลย ที่ได้รุ่นน้องในค่ายอย่าง โอม และ เชา สมาชิกวง Cocktail มาร่วมทำให้ซิงเกิ้ลนี้ออกมาลงตัวสุดๆ ซึ่งในอดีตนั้น คุณพลพลก็เป็นศิลปินที่มีแฟนเพลงมากมาย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีหน้าตาที่เหมือนหนุ่มหล่อในอุดมคติ และวันนี้ทางก็ได้นำเรื่องราวของเขามาให้ทุกคนได้ชมกันครับ

โดยในอดีตนั้นหลายคนอาจไม่รู้ว่าคุณ พลพล นั้นเคยเป็น นักดนตรีในสังกัดกองดุริยางค์ทหารบก มาก่อนที่จะกลายมาเป็นศิลปิน ซึ่งเขาได้แจ้งเกิดจากอัลบั้มชุด Intro 2000 ที่เขาได้เป็นนักร้องรับเชิญให้วง Noir จนทำให้เขาได้มีอัลบั้มแรกอย่างคนเดินถนนในปี 2543 ที่ได้รับความนิยมระดับหนึ่งเลย

แต่ผลงานแต่เเจ้งเกิดคุณพลพลในวงกว้างนั้นมาจากอัลบั้มชุดที่สองอย่าง รักเอย ที่มีเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง คนไม่สำคัญ ซึ่งโดนใจคนแอบรักไปทั่วประเทศ จนทุกวันนี้ก็ยังมีคนนำมาคัฟเวอร์และใช้ในภาพยนตร์กับละครหลายๆเรื่องจนทุกวันนี้ และหลังจากนั้นอัลบั้มชุดที่สามอย่าง ยังยิ้มได้ ก็ถูกปล่อยออกมา ซึ่งในอัลบั้มนี้ก็มีเพลงฮิตอย่าง ใจคอ รวมอยู่ด้วย

นอกจากจะเป็นศิลปินที่มีเสียงอันอบอุ่นแล้ว สิ่งหนึ่งที่ทำให้เพลงของคุณ พลพล ได้รับความนิยมก็คือเนื้อหาที่เข้าถึงชีวิตคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นความรักที่สมหวังหรือไม่สมหวัง และแนวดนตรีคันทรี่ร็อกของคุณพลพลก็เป็นดนตรีที่มีความเรียบง่ายและจริงใจผสมอยู่ ซึ่งสูตรสำเร็จทางดนตรีนี้ก็ได้มาอยู่ในอัลบั้ม วันฝนซา ที่ปล่อยออกมาในปี 2547 ด้วย โดยเพลง แค่มี และ ชั่วฟ้าดินสลาย นั้นก็กลายเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จมาก

คลิกชมมิวสิควีดีโอเพลง แค่มี – พลพล

คลิกชมมิวสิควีดีโอเพลง ชั่วฟ้าดินสลาย ได้ที่นี่

หลังจากที่มีผลงานออกมาถึงสี่อัลบั้ม ในงานเพลงชุดที่ 4 อย่างชุด คนกันเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลงทางดนตรีอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขาได้มีศิลปินรุ่นน้องหลายๆคนมาร่วมทำงานเพลงด้วย อย่างเช่น พั้นช์ วรกาญจน์ ที่มาแจมในเพลง ตาแดงแดง และเพลง สัญญาเมื่อกาสะลอง ที่ได้ศิลปินสาวเหนืออย่าง ลานนา คัมมินส์ มาร่วมร้อง โดยอัลบั้มนี้เราได้เห็นพัฒนาการทางดนตรีที่ชัดเจนไม่ว่าจะเป็นการนำซาวด์เพลงพื้นเมือง และ ลูกทุ่งมาผสม กับแนวเพลงป๊อปร็อคที่เขาทำ

ถึงแม้จะมีผลงานเพลงที่ได้รับความนิยมออกมามากมาย แต่หลังจากปล่อยอัลบั้มชุด Soundtrack of life คุณพลพล ก็ได้หยุดพักออกซิงเกิ้ลไปเกือบ 5 ปี โดยมีแค่ผลงานเพลงประกอบละครออกมาให้ฟังเพียงเท่านั้น จนกระทั่งเดือนสิงหาคมปี 2559 เขาก็ได้เซอร์ไพรส์แฟนเพลงด้วยซิงเกิ้ลใหม่อย่าง หล่อเลย ที่เขาได้นำเสียงเพลงที่แฟนๆคิดถึงกลับมาให้ทุกคนได้ฟังอีกครั้ง

เรียกได้ว่าถึงแม้จะไม่ได้เป็นคนที่ดูดีแบบดาราในอุดมคติ แต่ความจริงใจและอบอุ่นของคุณพลพล ก็ชนะใจแฟนเพลงหลายๆคนเลย และเชื่อว่าหลังจากนี้ เราจะได้ชมผลงานเพลงอื่นๆของพี่ชายใจดีที่ออกมาอย่างต่อเนื่อง

เพลงดีสี่ภาค : จับเธอแก้ผ้า – วงกลม

ถึงกับงงไปหมดกันเลยทีเดียว ตั้งแต่เห็นชื่อกลุ่มศิลปินที่มีชื่อว่า ‘วงกลม’ ที่ไม่แน่ใจว่าจริงๆ แล้ว ทางวงอยากมีชื่อว่า‘กลม’ เฉยๆ หรืออยากชื่อว่า ‘วงกลม’ ไปเลย (ซึ่งจะทำให้เราต้องเรียกพวกเขาแบบเต็มยศว่า ‘วงวงกลม’) อย่างไรก็ดี วงดนตรีจากจังหวัดตรังวงนี้ คือเจ้าของเพลง ‘จับเธอแก้ผ้า’ เจ้าของยอด 32 ล้านวิวใน YouTube ที่เตะตาประชาชีมากเสียจนต้องหยิบยกมาแนะนำกัน

ต้องยอมรับว่าการตั้งชื่อเพลง ถือเป็นการเรียกแขกให้เข้ามาคลิกได้เป็นอย่างดี เพื่อมาดูว่า ‘จับเธอแก้ผ้า’ มันคืออะไร? เนื้อเพลงนั้นว่าด้วยความรู้สึกเจ็บปวดของชายคนหนึ่งที่จับได้ว่าแฟนมีชู้ เลยคิดว่าจะจับเธอมาแก้ผ้าแล้วเอาเชือกมามัดไว้เพื่อบอกให้ใครๆ ได้รู้ว่าเธอลวงหลอก อีกทั้งยังอยากจะปล่อยหมามากัดให้ตายอีกด้วย จัดว่าเป็นการเปรียบเปรยที่สุดขีดในแบบที่หาฟังกันไม่ได้ง่ายๆ

ตัวเพลงว่าปังแล้ว มิวสิควิดีโอนั้นยิ่งกว่า เพราะมันคือการตีความเนื้อเพลงแบบตรงๆ ด้วยการให้พระเอกจับเอาแฟนตัวเองมาแก้ผ้ากันจริงๆ เลยนี่แหละ! แถมยังเอาฮาด้วยการปล่อยให้คนดูสงสัยว่ารสนิยมทางการเลือกกิ๊กของนางเอกนี่จะเอาแบบนี้จริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย ตบท้ายด้วยซีจีสุดฮือฮาในฉากจบที่ถึงกับทำให้มีท็อปคอมเม้นท์ว่า “ลอยออกไปแบบนี้ก็ได้เหรอ”

ถือว่าเป็นหนึ่งในผลงานมาสเตอร์พีซของ TMG Record ค่ายเพลงคอทองแดงที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง!

แนะเกร็ดดูแลเหล่าเทรนเนอร์ Pokemon ตัวน้อย เล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

แนะเกร็ดดูแลเหล่าเทรนเนอร์ Pokemon ตัวน้อย เล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

แนะเกร็ดดูแลเหล่าเทรนเนอร์ Pokemon ตัวน้อย เล่นอย่างไรให้ปลอดภัย

ถึงตอนนี้ทุกคนคงรู้จักและเริ่มคุ้นเคยกับกระแสเกมโมบายที่เป็นประเด็นร้อนอย่าง Pokémon Go กันแล้ว ไม่นานหลังการเปิดตัวในหลายๆ ประเทศ ยูสเซอร์หรือที่เรียกตัวเองว่า “เทรนเนอร์” ก็ออกเดินทั่วถนนหนทาง ไปตามสถานที่ต่างๆ เพื่อไลล่าโปเกม่อน

ภาพหน้าจอเกม Pokémon Go ถ่ายที่บริษัท แคสเปอร์สกี้ แลป สำนักงานใหญ่ ประเทศรัสเซีย

กระแสข่าวเกี่ยวกับเกมนี้ก็มีเยอะมาก อินเทอร์เน็ตเต็มไปด้วยเนื้อหาตามเว็บไซต์บันเทิง ข่าว โซเชียลมีเดีย ต่างพากันลงข้อมูลเกี่ยวกับเกม วิธีการเล่น เคล็ดลับ เรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ ที่ยูสเซอร์เจอ รวมถึงภัยคุกคามอันตรายขณะเล่นเกม ผู้เชี่ยวชาญของแคสเปอร์สกี้ แลป เองก็ได้นำเสนอบทความแนะนำการเล่นเกมนี้อย่างปลอดภัยไปแล้วเช่นกัน

แต่บทความนี้ แคสเปอร์สกี้ แลป จะขอนำเสนอเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับลูกหลานและเด็กๆ ใกล้ตัวที่เล่นเกมนี้

ภัยอันตรายที่แท้จริงสำหรับเหล่าเทรนเนอร์ตัวน้อย

ผู้ปกครองต่างกังวลใจมากขึ้นเมื่อเกม Pokémon Go เปิดตัว นอกเหนือไปจากความกังวลเรื่องเด็กๆ จะติดเกมมากเกินไปแล้ว เรื่องสำคัญที่สุดคือ สิ่งที่เด็กๆ อาจจะพบเจอขณะที่ออกตามหาโปเกม่อนนอกบ้าน

#1 ภัยอันตรายที่ 1 การป้องกันตัวเองในชีวิตจริงลดลง

เมื่อเปิดเกม จะมีข้อความแจ้งเตือนให้ยูสเซอร์ระแวดระวังรอบตัวขณะเล่นเกม

ทำไมผู้พัฒนาเกมต้องแจ้งเตือนยูสเซอร์เรื่องนี้

ลองจินตนาการว่าคุณต้องเดินรอบหมู่บ้านและใช้แอพพลิเคชั่นระบบนำทางด้วยดาวเทียม เพื่อดูว่าคุณกำลังจะเดินไปที่ไหน การเดินพร้อมๆ กับการก้มดูแอพตลอดเวลาเพื่อให้แน่ใจว่ากำลังเดินถูกทาง เป็นการลดทอนความสนใจต่อสิ่งรอบตัว ลองตอบตัวเองสิว่า คุณเดินสะดุดทางเท้าหรือลืมมองทางเมื่อจะข้ามถนนบ่อยแค่ไหน

ทีนี้ลองจินตนาการเพิ่มว่า เจ้าโปเกมอนที่แสนจะดึงดูดกำลังโผล่มาทางนู้นทีทางนี้ที และภารกิจของเกมก็คือ “คุณต้องจับโปเกม่อนทั้งหมดนั่นให้ได้” ถึงแม้ว่าแอพนำทางจะทำให้ไขว้เขวและละความสนใจต่อสิ่งรอบตัวแล้ว ก็ไม่ได้หมายความให้ยูสเซอร์หมกมุ่นเต็มร้อยกับเกมในโลกเวอร์ช่วล

ยกตัวอย่างชัดๆ ก็คือ ในการจับโปเกม่อน ยูสเซอร์ต้องแกะรอยมัน การแกะรอยจะต้องมองที่เรดาร์บนหน้าจอที่จะแสดงระยะห่างของยูสเซอร์กับโปเกม่อน การจดจ่ออยู่ที่หน้าจอพร้อมใจระทึกขณะจับโปเกม่อน ทำให้ยูสเซอร์เสียการควบคุมตัวเองสู่โลกเกม แต่สิ่งแวดล้อมรอบตัวคุณคือเรื่องจริง ภัยอันตรายรอบตัวคุณคือของจริง ซึ่งมีกรณีที่ยูสเซอร์ถูกรถชนขณะเล่นเกมนี้เกิดขึ้นแล้ว

ทั้งนี้ผู้พัฒนาเกมเองก็ได้คิดวิธีการแก้ปัญหานี้ จึงได้วางแผนเปิดตัวดีไวซ์พิเศษ เป็นสายรัดข้อมือบลูทูธที่จะสั่นแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวในเกม เมื่อเข้าใกล้โปเกมอน จุด PokéStop หรือ Gym สายรัดข้อมือนี้จะช่วยให้จับโปเกม่อนได้ง่ายขึ้นเพียงแค่กดปุ่มเดียว วิธีการนี้จะช่วยให้ไม่ต้องมองหน้าจอตลอดเวลา เป็นการลดความหมกมุ่นของเหล่าเทรนเนอร์ได้ระดับหนึ่ง

#2 ภัยอันตรายที่ 2 สถานที่อันตราย

แม้แต่ในตัวเอมืองเองก็ยังมาถนที่อันตรายอยู่มากมาย ทั้งบ้านร้าง ถนนมืดไร้ไฟทาง หรือย่านมิจฉาชีพชุกชุม เด็กๆ ที่หมกมุ่นอยู่หน้าเกมเต็มที่อาจเดินหลงเข้าไปในสถานที่เหล่านั้นได้ โชคร้ายที่อาจไม่ได้เจอโปเกมอนหายาก แต่จะเจอคนร้ายแทน

นอกจากนี้ เด็กๆ อาจจะเป็นอันตรายแม้ไม่ได้เข้าไปในสถานที่อันตราย ในสหรัฐอเมริกา มีเหตุการณ์ผู้ชายยิงปืนใส่วัยรุ่นที่แอบมาจอดรถใกล้บ้านเขาตอนกลางคืนเพื่อล่าโปเกมอน

สถานที่บางแห่งมีมาตรการป้องกันเข้มงวดเพื่อป้องกันไม่ให้ยูสเซอร์ผ่านเข้าไปได้ แต่ในท้ายที่สุดแล้ว ยูสเซอร์ต่างหากที่ควรเข้าใจว่าสถานที่บางแห่งก็ไม่เหมาะกับการเข้าไปจับโปเกม่อน

#3 ภัยอันตรายที่ 3 หลงทางในโลกแห่งความจริง

ประเด็นข้อนี้คือ แผนที่เกม Pokémon Go ก็คือแผนที่ Google ฉบับย่อนั่นเอง ดังนั้นถนนและอาคารต่างๆ ก็จะไม่มีชื่อกำกับบอกไว้ เด็กๆ ที่หมกหมุ่นกับเกมมากๆ อาจะเดินหลงไปถนนที่ไม่คุ้นเคยและหลงทางได้ในท้ายที่สุด

หนทางแก้ปัญหา

พ่อแม่ผู้ปกครองทุกคนต้องไม่อยากให้ลูกหลานเอาชีวิตจริงไปแลกกับชีวิตออนไลน์ที่หมกมุ่นแต่กับการเล่นเกมหน้าคอมพิวเตอร์แบบไม่หยุดพัก หากมองจากประเด็นนี้ เกม Pokémon Go ก็คือเกมที่พ่อแม่น่าจะเฝ้ารอ เพราะเด็กๆ ได้ออกไปนอกบ้านเพื่อล่าโปเกม่อน ได้เดินไปตามจุด PokéStop เพื่อเก็บไอเท็ม และร่วมทีมกับยูสเซอร์อื่นเพื่อต่อสู้แย่ง Gym แต่ทั้งนี้ เด็กๆ ก็จะถูกดึงดูดเข้าไปในเกมเหมือนกันเพียงแต่คราวนี้ เด็กๆ ออกมาเล่นนอกบ้านแทน

ดังนั้นพ่อแม่ผู้ปกครองจะต้องดูแลลูกหลานของตนเองทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์ ปัจจุบัน มีโปรแกรมที่ออกแบบมาเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองในการดูแลความปลอดภัยไซเบอร์ของเด็กๆ ตัวอย่างเช่น “Safe Kids” ของแคสเปอร์สกี้ แลป ที่จะช่วยบอกตำแหน่งที่อยู่ของเด็กๆ ขณะที่เล่น Pokémon Go ได้

การหาตำแหน่งง่ายๆ เพียงแค่เปิดฟีเจอร์ ‘Where is my kid?’ จากแอ็คเคาท์ my.kaspersky หรือจากแอพ Safe Kids ในโมบายดีไวซ์


จากนั้นตั้งค่าการค้นหาตำแหน่งที่ตัวเลือก “Where is my kid?” จากนั้นตั้งค่าอาณาเขตสำหรับให้เด็กเดินไปเดินมา เช่น สวนสาธารณะแถวบ้าน (ในสวนมีโปเกม่อนจำนวนมากเลยล่ะ) และตั้งเวลาค้นหาได้ด้วย ดังนั้น หากเด็กๆ ออกนอกอาณาเขตที่กำหนด ผู้ปกครองก็จะได้รับการแจ้งเตือนพร้อมแจ้งตำแหน่งที่อยู่ปัจจุบันด้วย

ในแง่มุมของการเล่นเกม Pokémon Go นั้น เกมนี้ปลอดภัยสำหรับเด็ก เพราะไม่มีเนื้อหาความโหดร้ายรุนแรง แต่ด้วยความล้ำหน้าของเกมที่กำหนดให้ยูสเซอร์ต้องออกไปเล่นนอกบ้าน จึงอาจกลายเป็นข้อเสียได้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้ปกครองก็สามารถทำให้เกมนี้ปลอดภัยสำหรับเด็กๆ ได้เช่นกัน

ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้ปกครอง แคสเปอร์สกี้ แลป เพียงมุ่งหวังให้ผู้ปกครองตระหนักและระมัดระวังถึงอันตรายที่อาจเกิดขึ้นและเตรียมวิธีการป้องกันที่จำเป็น

ขอบคุณที่มา: แคสเปอร์สกี้ แลป

8 วิธีทางเลือกในการฟักไข่ สำหรับคนไม่อยากเดิน

8 วิธีทางเลือกในการฟักไข่ สำหรับคนไม่อยากเดิน

8 วิธีทางเลือกในการฟักไข่ สำหรับคนไม่อยากเดิน

เกม Pokemom Go ดึงดูดผู้เล่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ออกมาเดินนอกบ้านกันวันละหลายกิโลเมตร นอกจากการหาโปเกมอนและป้าย Pokestop ตามที่ต่างๆ แล้ว การฟักไข่ก็เป็นสิ่งสำคัญอีกสิ่งหนึ่งที่บังคับให้เหล่าเทรนเนอร์ต้องออกแรงเดิน เพราะไข่โปเกมอนจะฟักก็ต่อเมื่อเราเดินได้ระยะทางตามที่กำหนดไว้เท่านั้น

ซึ่งไข่แต่ละใบก็ต้องการระยะทางในการฟักตั้งแต่ 2 km, 5 km และ 10 km แต่เมื่อต้องเดินทุกวันๆ ก็เริ่มจะรู้สึกเบื่อกันบ้าง ยิ่งไข่ฟักออกมาเป็นหนอนแล้วยิ่งหมดกำลังใจไม่อยากเดินต่อกันเลยทีเดียว และในวันนี้เราก็มี 8 ทางเลือกใหม่ของการฟักไข่แบบไม่ต้องเดินมาฝากกัน นอกจากเดินเฉยๆ แล้วเราจะฟักไข่อย่างไรได้บ้าง เราไปชมกันเลย

1. วางไว้บนรถไฟจำลอง


เทรนเนอร์หลายคนอาจจะเคยชื่นชอบรถไฟของเล่นในสมัยเด็ก และอาจจะยังมีเก็บไว้ในห้องเก็บของ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้เอามันออกมาปัดฝุ่นอีกครั้ง โดยการใช้มันเป็นเครื่องฟักไข่ให้กับเราซะเลย แต่อย่างไรก็ตามควรระวังเรื่องความเร็วของรถไฟด้วย พยายามเลือกคันที่ช้าๆ เนิบๆ เอาไว้ เพราะถ้าเร็วเกินไปตัวเกมจะไม่นับระยะทางให้นะครับ

2. วางไว้บนหุ่นยนต์ดูดฝุ่น


เคยนำเสนอไปแล้วครั้งหนึ่งกับวิธีฟักไข่สุดแสนจะขี้เกียจอย่างการเอาไปวางไว้บนหุ่นยนต์ดูดฝั่น แล้วปล่อยให้มันเดินทำความสะอาดไปทั่วบ้าน นอกจากจะเบาแรงฟักไข่แล้ว ยังเบางานบ้านอีกด้วย

 

3. บินไปกับโดรน


ใครที่ชอบเล่นโดรนต้องไม่พลาดทริคนี้ เพียงแค่เปิดเกมไว้แล้วเอาโทรศัพท์ไปติดไว้กับโดรน จากนั้นบังคับให้บินเอื่อยๆ ไปเรื่อยๆ เรียกว่านอกจากนิ้วมือแล้วเราไม่ต้องขยับอะไรเลย อย่างไรก็ตามแนะนำว่าควรเล่นในที่โล่งที่มีหญ้ารองรับในกรณีที่โดรนตก และควรอยู่ให้ห่างจากแหล่งน้ำเพื่อป้องกันโทรศัพท์ตกน้ำด้วยนะครับ

 

4. นั่งรถเมล์

หลายๆ คนคงจะนั่งรถเมล์กันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอยู่แล้ว ซึ่งเราก็ทราบกันดีว่ามันไม่ค่อยเร็วเท่าไหร่ (หรือไม่ก็เร็วสุดๆ ไปเลย) โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วนที่รถไม่สามารถเคลื่อนตัวเกิน 20 km/h ได้ หากใครต้องกลับบ้านด้วยรถเมล์ท่ามกลางการจราจรอันติดหนึบยามเย็นเป็นประจำทุกวัน จงรีบเปิดเกม Pokemon Go ขึ้นมาครับ เพราะด้วยความเร็วระดับนี้เราจะสามารถจับโปเกมอนรายทางได้ และยังได้ระยะทางฟักไข่ด้วย นอกจากนี้ยังหมุนป้าย Pokestop ตามรายทางได้ด้วย

สำหรับใครที่อยากลองทริคนี้แต่ไม่ใช่ขาประจำรถเมล์ (และว่างมากๆ) ก็ลองนั่งดูได้ เลือกไปเส้นที่ติดหนักๆ อย่างสุขุมวิท ลาดพร้าว แจ้งวัฒนะ หรือเปิดกูเกิลแมพดูสภาพการจราจร เส้นไหนแดงไปเส้นนั้นเลยครับ รถติดจะมีประโยชน์ก็วันนี้แหละ

 

5. ปั่นจักรยานออกกำลังกาย


ในคลิปนี้ออกจะจริงจังไปหน่อย

อีกหนึ่งวิธีฟักไข่ที่ดีต่อสุขภาพ หากเทรนเนอร์ท่านใดสะดวกก็แนะนำว่าให้ใช้วิธีนี้ดีกว่า ใครที่อยู่ในหมู่บ้านจัดสรรก็ชวนคนในครอบครัวไปขี่จักรยานวนรอบโครงการกันได้ หรือจะไปปั่นที่สวนสาธารณะก็ตามสะดวก สวนสาธารณะบางแห่งเช่นสวนรถไฟ (สวนวชิรเบญจทัศ) ก็มีบริการให้เช่าจักรยานด้วย เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนที่ไม่มีจักรยานส่วนตัวครับ

ช่วงนี้มีเทรนเนอร์ไปขี่จักรยานกันที่สวนรถไฟกันเป็นจำนวนมากเพื่อไปตามหาฮิโตคาเงะ (Charmander) อีกทั้งยังมีครอบครัวที่พาเด็กๆ มาออกกำลังกาย หากใครไปปั่นจักรยานที่นั่นก็ขอให้ปั่นช้าๆ และระมัดระวังคนอื่นๆ ด้วยนะครับ

 6. ปั่นเรือเป็ด

อีกทางเลือกหนึ่งในการฟักไข่ของเหล่าเทรนเนอร์ที่ไม่ชอบอะไรจำเจ การปั่นเรือเป็ดนอกจากจะช่วยเราเก็บระยะทางในการฟักไข่ได้แล้ว ยังเหมาะกับการไปเป็นคู่ อาจจะเป็นคู่รัก เพื่อน หรือลูกหลาน เทรนเนอร์ที่สนใจสามารถไปถีบเรือเป็ดฟักไข่กันได้ที่สวนหลวง ร.9 สวนจตุจักร และสวนลุมพินี ราคาค่าเช่าอาจจะแตกต่างกันไปตามสถานที่ แต่ส่วนใหญ่จะเป็น 40 บาทต่อครึ่งชั่วโมง และมีค่ามัดจำอีกเล็กน้อยครับ

 7. นั่งรถไฟในห้าง

ห้างสรรพสินค้าบางแห่งจะมีบริการรถไฟพาชมห้าง ซึ่งดูแล้วน่าจะเหมาะมากกับภารกิจการฟักไข่โปเกมอนของเรา อย่างไรก็ตามหากใครอยากจะลองวิธีนี้จริงๆ ก็แนะนำว่าควรไปกับลูกกับหลานจะดีกว่านะครับ จะได้ไม่โดนคนอื่นมองแปลกๆ เอา

 

8. นั่งรถสัตว์หยอดเหรียญ


หากใครคิดว่านั่งรถไฟชมห้างมันน่าเบื่อไป การนั่งรถสัตว์หยอดเหรียญแล้วขี่ไปรอบๆ ห้างด้วยตัวเองก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง อยากเลี้ยวไปไหนก็ได้ สั่งได้ดั่งใจ สำหรับเทรนเนอร์ที่มาถึงขั้นนี้ได้ต้องใจกล้าและไม่แคร์สื่อจริงๆ ถ้าจะให้ดีควรนั่งไปกับลูกหลานจะดูเหมาะกว่านะครับ

 

สุดท้ายนี้ ไม่ว่าจะฟักไข่ด้วยวิธีไหน ก็ควรระมัดระวังไม่ใช้วิธีที่เดือดร้อนกับคนรอบข้างหรือเป็นผลเสียต่อตนเอง รวมไปถึงการใช้โปรแกรมโกงเกมทุกรูปแบบก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกัน เพื่อรักษาความสนุกของ Pokemon Go เอาไว้ครับ หวังว่าวิธีเหล่านี้จะช่วยให้เทรนเนอร์ทุกคนสนุกสนานกับการฟักไข่มากกว่าการใช้วิธีเดิมๆ นะครับ แล้วพบกันที่ Pokestop ครับ

สศอ.จ่อดัน3อุตฯเพิ่มขีดความสามารถ

สศอ.จ่อดัน3อุตฯเพิ่มขีดความสามารถ

สศอ.จ่อดัน3อุตฯเพิ่มขีดความสามารถ

สศอ. เตรียมดัน 3 อุตสาหกรรมอนาคตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศขึ้นสู่ประเทศรายได้สูง ชงเสนอ ครม. ปลายปีนี้

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. เปิดเผยถึงผลการศึกษาการผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ผ่านยุทธศาสตร์ 3 อุตสาหกรรม ว่า สศอ. ได้ทำการศึกษาอุตสาหกรรมอนาคตที่มีศักยภาพในการทำให้ประเทศไทย ก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ผ่านการสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศ สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ผ่านอุตสาหกรรมอาหารสำหรับอนาคต อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานและซ่อมบำรุง เนื่องจากมองว่าทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี มีความสามารถในการแข่งขันหากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนหรือพาสเนอร์ ซึ่งประเทศที่เหมาะสมประกอบไปด้วย บรูไน มาเลเซียและสิงคโปร์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันกับประเทศรายใหญ่ของโลกได้ ซึ่งภายหลังจากการศึกษาเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอนาคต เพื่อนำข้อมูลและรายละเอียดการศึกษาซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ความร่วมมือกันของประเทศหุ้นส่วนใน 3 อุตสาหกรรม เบื้องต้นอาจจะต้องมีการเจรจากรอบความร่วมมือแบบทวิภาคี ส่วนการลงทุนจะใช้ประเทศใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอุตสาหกรรมนั้นๆ

ตลท.จัดงานThailand Focus 2016

ตลท.จัดงานThailand Focus 2016

ตลท.จัดงานThailand Focus 2016

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน Thailand Focus 2016 “A New Growth Strategy” บริษัทจดทะเบียนตอบรับเข้าร่วมกว่า 140 บริษัท

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า Thailand Focus 2016 เป็นงานสัมมนาประจำปีที่จะมีผู้ลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาพบกับบริษัทจดทะเบียนของไทย มีบริษัทจดทะเบียนได้ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมงานครั้งนี้ถึงกว่า 140 บริษัท จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก และ บจ. ใน mai โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมถึง 11.75 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 77% ของมูลค่ารวมของตลาด (ข้อมูล ณ 22 ส.ค. 2559) ซึ่งในปีนี้เป็นการจัดภายใต้แนวคิด “A New Growth Strategy” ที่จะแสดงถึงศักยภาพของประเทศและตลาดทุนไทย โดยมี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ นางพัชนี ลิ่มอภิชาต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า บล. ภัทร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในผู้จัดงาน Thailand Focus อีกครั้งในปีนี้ และการที่ผู้จัดการกองทุนจากทั้งในเเละต่างประเทศได้ร่วมลงทะเบียนแสดงความประสงค์มาร่วมงานอย่างคับคั่งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความสนใจในตลาดหลักทรัพย์ไทย ด้าน นางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ สาขาประเทศไทย ธนาคารแห่งอเมริกา เมอร์ริล ลินซ์  กล่าวว่า แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกมีความผันผวน ประเทศไทยยังเป็นแหล่งลงทุนที่สามารถดึงดูดผู้ลงทุนต่างประเทศจากนโยบายปฎิรูปประเทศของภาครัฐและโครงการต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม Thailand Focus 2016: A New Growth Strategy มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย. 2559 โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

Google Duo พร้อมให้โหลดแล้วในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

Google Duo พร้อมให้โหลดแล้วในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

Google Duo พร้อมให้โหลดแล้วในระบบปฏิบัติการ Android และ iOS

    หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีการเปิดให้ลงทะเบียนความสนใจของโปรแกรมโทรเห็นหน้าที่น่าสนใจอย่างGoogle Duo ซึ่งจะเป็นอีก Apps ที่ช่วยให้การสนทนาของคุณนั้นง่ายขึ้นและคาดว่าจะมีให้ติดตั้งกันใน iOS ด้วย การทำงานก็ไม่ได้ต่างจาก Facetime แต่ข้าม OS กันได้

ล่าสุดเปิดให้โหลดกันใน Android อย่างเป็นทางการ โดยมีการ Tweet ของหัวหน้าทีมเทคนิคของ Google Duo อย่าง Justin Uberti เผยให้เห็นคะแนนถึง 4.5 เต็ม 5 เรียกว่าสูงพอสมควร

การลงทะเบียนของ Google Duo นั้นไม่ได้ยากเพียงแค่ใช้เบอร์โทรศัพท์ของคุณลงทะเบียนแล้วคุณก็สามารถติดต่อกับเพื่อนใน Contact ได้ตามปกติแบบเห็นหน้า ซึ่งรองรับทั้ง 3G, 4G, WiFi แต่เมื่อระบบจับได้ว่าการติดต่อสื่อสารแย่ลงจะสลับเป็นการใช้งานด้วยเสียงหรือการโทรตามปกติให้ทันที

จากที่ลองโดยเบอร์หนึ่งเป็น 4G และอีกเบอร์เป็น 3G ค่อนข้างเสถียรใช้ได้และไม่มีปัญหาในการสนทนาสักเท่าไหร่ ส่วนบริการโทรด้วยเสียงอย่างเดียวจะให้บริการเร็ว ๆ นี้

ล่าสุดสามารถใช้งานผ่าน iOS ได้แล้วเช่นเดียวกัน

ใช้ Big data ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่แค่รู้ใจลูกค้า แต่ต้องรู้จริง

ใช้ Big data ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่แค่รู้ใจลูกค้า แต่ต้องรู้จริง

ใช้ Big data ให้เกิดประโยชน์ ไม่ใช่แค่รู้ใจลูกค้า แต่ต้องรู้จริง

   Big data กลายเป็นเพื่อนสนิทของนักการตลาดยุคใหม่ เพราะมันสามารถคาดการณ์ได้ว่าผู้บริโภคน่าจะซื้ออะไรครั้งต่อไป แต่การเพิ่มยอดขายในระยะสั้น จะช่วยให้ธุรกิจเติบโตได้ในระยะยาวจริงหรือ?

aug16-16-145943083-850x478

เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าข้อมูลจาก Big data จะทำให้นักการตลาดทราบว่า ใครคือคนซื้อ ซื้อเมื่อไหร่ ในราคาเท่าใด และสามารถบอกความเชื่อมโยงระหว่างสิ่งที่ผู้บริโภคได้เห็น ได้ยิน ได้อ่าน กับสิ่งที่พวกเขาซื้อกลับไป ซึ่งเมื่อนักการตลาดมีข้อมูลอยู่ในมือ ทำให้พวกเขาสามารถส่งโปรโมชันที่โดนใจ หรือยิงโฆษณาที่ใช่ เพื่อหวังจะให้ลูกค้าคนเดิมกลับมา ซึ่งนั่นเป็นการวางเป้าหมายที่การซื้อครั้งต่อไปเพียงเท่านั้น

การต้องการชนะใจลูกค้าในการซื้อครั้งถัดไป หรือการทำนายใจลูกค้าได้ นับเป็นความได้เปรียบในระยะสั้น เพราะถ้าวันนึงคู่แข่งของเราก็ทำได้เหมือนกัน ความได้เปรียบนี้ก็จะหายไป ซึ่งต้องยอมรับว่า ทุกวันนี้ไม่ว่าธุรกิจไหนๆ ก็เริ่มลงทุนเรื่องข้อมูลกันแล้วทั้งนั้น

เพื่อที่จะสร้างความได้เปรียบในระยะยาว นักการตลาดควรให้ความสำคัญกับการตั้งโจทย์ที่จะทำให้ผู้บริโภคอยู่กับแบรนด์อย่างเหนียวแน่น มีความสัมพันธ์ที่ดี และมีความจงรักภักดีกับแบรนด์ ดังนั้น คำตอบที่ได้จาก Big data ต้องไม่ใช่เพียงผู้บริโภคจะซื้ออะไรในครั้งต่อไป แต่ต้องตอบได้ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่จะแย่งลูกค้าจะคู่แข่งได้อย่างไร แต่ต้องตอบได้ว่าจะทำอย่างไร เพื่อไม่ให้พวกเขาหันไปหาคู่แข่งเมื่อเกิดการลดราคา

แต่ละธุรกิจสามารถใช้ 3 กลยุทธ์ในการตั้งคำถาม เพื่อให้การใช้ Big data เกิดประโยชน์สูงสุด

1. ข้อมูลประเภทไหน ที่จะช่วยลดต้นทุนหรือความเสี่ยงให้กับลูกค้าของเรา

มีหลายธุรกิจ เช่น TripAdvisor,Netflix และ Amazon ที่เอาข้อมูลการให้เรตติ้งมากลั่นกรองเพื่อลดความเสี่ยงให้กับลูกค้า แม้ทุกวันนี้การให้คะแนนประเมินสินค้าหรือบริการว่าชอบ ไม่ชอบกลายเป็นเรื่องพื้นฐาน แต่หลายบริษัทเริ่มเจาะลึกคำถามลงไปว่าเพราะอะไร หรือผู้บริโภคมีความเห็นต่อสินค้าอย่างไร มองหาอะไรจากสินค้าหรือบริการเหล่านี้ ซึ่งช่วยให้ข้อมูลเกิดการต่อยอดสร้างมูลค่าต่อไป

2. ข้อมูลที่กระจัดกระจายอยู่ สร้าง insight ใหม่ๆ ได้ไหม ถ้าจับมันมายำรวมกัน?

มีข้อมูลอะไรบ้างที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้ตั้งใจ (เช่น การเคาะแป้นพิมพ์ หรือข้อมูลที่อยู่) แต่อาจจะมีประโยชน์เมื่อนำมารวมกัน? บริษัท inVenture ซึ่งเป็น startup จากแอฟริกา ได้เอาข้อมูลในมือถือมาแปลงเป็นการให้คะแนนเครดิต ซึ่งทำให้คนที่อยู่ในแนวปีระมิด ซึ่งไม่เคยกู้ และไม่เคยมีเครดิตมาก่อน สามารถกู้เงินได้  (inVenture พบว่า คนที่บันทึกรายชื่อติดต่อด้วยชื่อและนามสกุล มีแนวโน้มว่าจะจ่ายคืนเงินกู้)

3. ลูกค้าแต่ละคนมีความแตกต่างอย่างไร และมีข้อมูลอะไรที่พอจะสามารถนำมารวมกันเพื่อให้เกิดประโยชน์กับลูกค้าโดยรวมเพิ่มเติม

ยกตัวอย่าง บริษัทที่ขายของเกี่ยวกับการทำไร่ ทำนา (เช่น เมล็ดพันธ์ุ ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง) สามารถรวบรวมข้อมูลจากชาวนาหลายๆ แหล่งว่าต้องใช้ส่วนผสมของปุ๋ยหรือตัวช่วยอื่นๆ ในอัตราส่วนเท่าไหร่ เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์แตกต่างกัน เช่น ความเสื่อมโทรมของหน้าดิน หรือสภาพอากาศที่แปรปรวน ซึ่งการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ทำให้ชาวนาแต่ละคนสามารถดูแลไร่ของตัวเองได้ดีกว่าความรู้ของตัวเองคนเดียว

จะเห็นได้ว่า Big data มีดีในตัวมันเองอยู่แล้ว ในการช่วยตอบคำถามพื้นฐานเพื่อสร้างประโยชน์ในระยะสั้น เช่น เพิ่มยอดขาย แต่ความยากกว่านั้น คือการนำเอาข้อมูลมายำรวมกัน เพื่อให้นักการตลาดสามารถสร้างข้อได้เปรียบที่ยั่งยืน