จริงหรือไม่? ห้ามล้างไก่สดผ่านน้ำจากก๊อก

จริงหรือไม่? ห้ามล้างไก่สดผ่านน้ำจากก๊อก

เฟซบุ๊ค ความรู้สนุกๆ แบบหมอแมว ยืนยันข้อมูลที่แชร์ลงในเฟซบุ๊คว่า ที่ต่างประเทศรณรงค์ไม่ให้ล้างไก่สดผ่านน้ำจากก๊อกนั้น เป็น “ความจริง” เพราะการล้างไก่ผ่านน้ำจากก๊อก จะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรคที่มากับไก่ชนิดหนึ่ง ที่มีชื่อว่าCampylobacter ได้

มีคนแชร์อันนี้กัน แล้วก็มีคนถามกันเยอะว่าจริงเหรอ ที่ว่าเวลาจะทำอาหารเอาไก่มา อย่าล้างไก่ เพราะจะทำให้เกิดการแพร่กระจายของเชื้อโรค Campylobacter ได้

หลายคนเชื่อ

หลายคนไม่เชื่อบอกว่าไร้สาระ

สรุปตรงนี้ก่อนว่าจริง ส่วนจะทำตามไหมลองอ่านดูก่อน

1. ถ้าไปดูพวกฝรั่งทำอาหารแบบถูกสุขลักษณะ เนื้อสัตว์ทั้งหลายของเขา เวลาทำอาหารมักจะแนะนำให้เอาออกจากช่องแช่แล้วทำอาหารเลย หั่นกันแบบแข็งๆ

2. ในทางเดินอาหารของไก่ มีแบคทีเรียเช่น Salmonella และ Campylobacter ซึ่งก่อโรคท้องเสียได้

3. เวลาซื้อเนื้อมา ก็มีโอกาสที่เชื้อจะติดมากับเนื้อได้ จากเชื้อที่มีในสัตว์ตัวนั้น

4. เขาไม่ล้าง เพราะว่าขั้นตอนในการที่เนื้อจะมาถึงผู้บริโภค ไม่ควรไปปนเปื้อนเชื้อจากสิ่งแวดล้อม … ถ้าจะมีเชื้อต้องเป็นเชื้อจากเนื้อสัตว์เท่านั้น

5. ถ้าเชื้อเกิดปนเปื้อนจากมือคนขาย คนขายเอาไปทำตกพื้น แผงที่วางไม่สะอาด การล้างก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก เพราะว่าเชื้อมันอยู่ในเนื้อด้วย … ซึ่งพอลงหม้อเดือดๆก็ตายอยู่ดี

6. ถ้าเราล้าง เพราะว่ามันมีของเปื้อน … เช่น เห็นเศษหญ้า เห็นแมลงวันตายติดอยู่ เห็นขาแมลงสาบ … ก็ไม่ควรกินแต่แรกอยู่แล้ว … (และการล้างก็ไม่ได้เอาเชื้อออกเท่าใดนักอยู่ดี)

7. การล้างเนื้อสัตว์ … กระเด็นแน่นอน … ใครที่ล้างผักแช่ผักในด่างทับทิมจะรู้เลยว่าหยดน้ำมันไปได้ไกล … แต่ทีนี้พอล้างไก่ล้างเนื้อ เรามองไม่เห็นสีเราเลยเข้าใจว่าไม่มีอะไร

8. ถ้าน้ำกระเด็นไปแล้วเราไม่ได้เช็ด พอเราเช็ดอ่างเสร็จแล้วดันเอามือไปแตะแล้วไปจับแก้วจับช้อน ก็ติดเชื้อต่อได้

9. เชื้อ Campylobacter ในไทย อาจจะมีปัญหาไม่มากในผู้ใหญ่เท่าฝรั่ง เพราะว่าเรากินอาหารสุกเยอะหน่อย แต่ถ้าใครกินผักสดและไปล้างผักตรงอ่างนั้น ก็เสี่ยงได้เหมือนกัน

10. Cross contamination คือการแพร่เชื้อที่เจอได้บ่อยโคตรๆในไทย เหตุการณ์ที่ผ่านๆมาหลายครั้ง คนกินอาหารสุกดี แต่ว่าดันท้องเสียหลายๆคนพร้อมกัน ก็เพราะ Cross contamination แบบนี้แหละ

แต่ถ้าใครจะล้างจริงๆ เพราะกลัวความสกปรก ก็อาจจะพอล้างได้ เพียงแต่ว่า

– หากมื้อนั้นมีอาหารที่กินสด ผักสด ข้าวเหนียว(ใช้มือจับ) ก็ต้องทำของสดก่อน แล้วทำเนื้อสัตว์ทีหลัง

– หลังทำอาหารทุกครั้ง พื้นที่อ่างต้องแห้ง ฟองน้ำต้องแห้ง ผ้าเช็ดมือต้องแห้ง

– ต้องล้างมือ 7 ขั้นตอนอย่างถูกวิธี และหากใช้ผ้าเช็ดมือต้องแห้งหรือเปลี่ยนบ่อยๆ

– ที่วางจานที่ล้างเสร็จแล้ว ควรอยู่ห่างจากอ่างที่ล้างเนื้อสัตว์ … ห่างแค่ไหนไม่รู้ แต่กระเด็นได้เป็นเมตร

– อาหารเด็กเล็ก ขวดนมเด็กทารก ต้องไม่มีการเตรียมหรือชงหรือล้างใกล้ๆอ่างที่ล้างเนื้อสัตว์ …

เมื่อไร! สงสัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม

เมื่อไร! สงสัยว่าเป็นมะเร็งเต้านม

รศ.นพ.อดุลย์  รัตนวิจิตราศิลป์
ศัลยแพทย์ด้านศีรษะ คอ เต้านม
Faclty of Medicine Siriraj Hospital
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

ขึ้นชื่อว่ามะเร็งพอได้ยินก็กลัวกันทั้งนั้น  ยิ่งสตรีที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งเต้านมในระยะเริ่มแรก เมื่อคุณหมอบอกว่าแม้ตัดออกหรือทำการรักษาจนหาย ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีโอกาสกลับมาเป็นมะเร็งอีก มาดูกันว่าเราจะสังเกตและดูแลตัวเองอย่างไรดี

ก้อนที่เต้านม ไม่เจ็บสิน่ากลัว

บ่อยครั้งสาเหตุที่คนไข้มาหาหมอ
 มาจากก้อนที่เต้านมเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมา คือ อาการเจ็บเต้านม ผู้หญิงส่วนใหญ่เมื่อมีอาการเจ็บเต้านม มักจะเริ่มสังเกตและคลำที่เต้านม ส่วนหนึ่งจะพบก้อนร่วมด้วย อีกส่วนหนึ่งไม่พบก้อนหรือไม่แน่ใจ แต่มักจะลงเอยด้วยการพบหมอหรือผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้มั่นใจว่าไม่เป็นมะเร็งเต้านม ซึ่งมักจะมาพบหมอค่อนข้างเร็ว ผิดกับผู้ที่มีก้อนที่เต้านม คลำได้ แต่ไม่รู้สึกเจ็บ มักจะปล่อยเอาไว้เพราะคิดว่าไม่เป็นไร


ซีสมักจะเจ็บ ส่วนมะเร็งมักจะไม่เจ็บ


ในบรรดาก้อนที่เต้านมนั้น มีโรคกลุ่มหลัก ๆ อยู่ 
กลุ่ม คือ 1) ซีสเต้านม 2) เนื้องอกเต้านม (ไม่ร้าย) 3) มะเร็งเต้านม ซีสที่เต้านมจะมีการเปลี่ยนแปลงตามรอบเดือน โตก่อนรอบเดือนมาและเล็กลงหลังรอบเดือนมาแล้ว ส่วนใหญ่แล้วผู้ป่วยที่มีซีส มักจะเจ็บที่ก้อน ซึ่งผิดกับกลุ่มเนื้องอกหรือมะเร็ง ซึ่งมักจะไม่ค่อยเจ็บ พบว่าร้อยละ 90 ของคนที่เป็นมะเร็งเต้านม ระยะเริ่มแรกจะมีแต่ก้อน ไม่มีอาการเจ็บ ผู้หญิงหลายๆ คนมีความเข้าใจผิดคิดว่าก้อนที่ไม่เจ็บคงไม่เป็นไรและปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งก้อนมะเร็งใหญ่โตขึ้นมากแล้วจึงรู้สึกเจ็บได้


มะเร็งเต้านมพบได้บ่อยแค่ไหน


แนวโน้มคนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งสูงขึ้นทุกปี ซึ่งกว่าร้อยละ
70 ของโรคมะเร็ง เกิดจากสภาพแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป มีมลภาวะเพิ่มมากขึ้น สารพิษที่ปนเปื้อนมากับอาหาร รวมถึงความเครียดภายในจิตใจ จากอุบัติการณ์ในการเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉลี่ยแล้วทุก ๆ 3 ชั่วโมง จะพบว่าผู้หญิงไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเต้านม คน และพบว่ามีอัตราการเสียชีวิตถึงร้อยละ 30 ของการเกิดโรคมะเร็งเต้านม ทั้งนี้อัตราการพบมะเร็งเต้านมในแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับเชื้อชาติและวิถีการดำเนินชีวิต เช่น ในประเทศตะวันตก พบมะเร็งเต้านมได้มากกว่า 100 คน ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ แสนคน ส่วนในเอเชียพบน้อยกว่า ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยาของไทยที่ได้รับการเผยแพร่ในวารสารระบาดวิทยาระดับโลก พบว่าหญิงไทยมีอัตราการพบมะเร็งเพียง 40 คน ในสตรีวัยเจริญพันธุ์ 1แสนคน ซึ่งถ้าเทียบเป็นร้อยละก็เพียง 0.04  ซึ่งนับว่าน้อยมาก


ใครบ้างที่เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง


อายุ ถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อการเป็นมะเร็งเต้านม
 พบว่ายิ่งอายุมากขึ้นโดยเฉพาะสตรีวัย 60 ปีขึ้นไป ยิ่งมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านมสูงถึงร้อยละ 50 – 60  รองลงมาคือการเคยผ่าตัดก้อนเนื้อที่เต้านม และพบว่าเป็นซีสเต้านมชนิดที่เริ่มผิดปกติ (atypia) และการพบว่ามีญาติสนิท(แม่ พี่สาว น้องสาว หรือลูก) เป็นมะเร็งเต้านมมากกว่า คน รวมถึงปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงเพียงเล็กน้อย ได้แก่ การเริ่มมีประจำเดือนมาครั้งแรกตั้งแต่อายุยังน้อย การหมดประจำเดือน (วัยทอง) ช้า การไม่มีบุตร  หรือมีบุตรยาก และการที่เคยใช้ยากลุ่มฮอร์โมนในวัยหมดประจำเดือนติดต่อกันเป็นเวลานานมากกว่า 10 ปี เป็นต้น


สงสัยว่าเป็นมะเร็งเมื่อไร 


ดังได้กล่าวมาแล้ว มะเร็งเต้านมส่วนใหญ่จะไม่มีอาการเจ็บหรือปวด
 (มีเพียงร้อยละ10 ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมที่มาพบหมอด้วยอาการปวดเต้านม) แต่จะคลำพบก้อนที่เต้านมสังเกตถ้าก้อนที่เป็นมะเร็งเต้านมมักจะแข็งและขรุขระ แต่อาจเป็นก้อนเรียบๆ ได้  อาการอื่น ๆ อาจพบผิวหนังที่เต้านมบุ๋มลงไปคล้ายลักยิ้ม หรือมีรูปร่างของเต้านมผิดไปจากเดิม หรืออาจมีแผลที่หัวนมและรอบหัวนม หรือมีน้ำเหลืองหรือน้ำเลือดไหลออกจากหัวนม บางรายคลำพบก้อนบริเวณรักแร้ และนานๆ ครั้งจะพบมะเร็งเต้านมที่มีอาการบวมแดงคล้ายการอักเสบที่เต้านม นอกจากอาการผิดปกติที่เต้านมแล้ว การตรวจเต้านมด้วยเครื่องแมมโมแกรม(mammogram) และ อัลตราซาวด์ (ultrasound) ยังสามารถตรวจพบมะเร็งเต้านมขนาดเล็กตั้งแต่ยังไม่มีอาการได้ โดยอาจพบก้อน หรือจุดหินปูนในเนื้อเต้านมได้


ตรวจเลือดและยีน (
gene)  บอกได้ไหมว่าเป็นมะเร็งเต้านม

การตรวจเลือดเพื่อหามะเร็งเต้านมนั้น
  มีความแม่นยำค่อนข้างต่ำ เนื่องจากผู้ที่เป็นมะเร็งเต้านมจะพบผลการตรวจเลือดเกี่ยวกับมะเร็ง เช่น CA153, CEA ผิดปกติน้อยกว่าร้อยละ 20 ขณะเดียวกันผู้ที่มีผลเลือดปกติ ก็อาจเป็นมะเร็งเต้านมอยู่แล้ว

ส่วนการตรวจยีน เช่น 
gene BRCA1, BRCA2 ซึ่งจะมีความผิดปกติในมะเร็งเต้านมที่เป็นกันทั้งครอบครัว หากตรวจพบก็ไม่ได้หมายความว่า กำลังเป็นมะเร็งอยู่ เพียงแต่ทำให้รู้ว่าโอกาสจะพบมะเร็งเต้านมในคน ๆ นั้นมีมากกว่าคนทั่วไป และยีนดังกล่าวก็พบได้เพียงร้อยละ 5 – 10 ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด ดังนั้นหากตรวจยีนดังกล่าวแล้วปกติก็ยังมีสิทธิ์เป็นมะเร็งเต้านมอยู่ไม่น้อย


รู้อย่างนี้แล้วกันไว้ดีกว่า ด้วยการตรวจเต้านมด้วยตนเองเป็นประจำ พบแพทย์ตรวจเมื่อมีอาการสงสัย
 อย่าปล่อยไว้เพราะไม่เจ็บ และตรวจแมมโมแกรมประจำปีตั้งแต่อายุ 40 ปีขึ้นไป จะได้ไม่ต้องเสียใจภายหลัง

มานะชี้ร่างรธน.ให้ความสำคัญปราบโกงดีกว่าปี40-50

มานะชี้ร่างรธน.ให้ความสำคัญปราบโกงดีกว่าปี40-50

มานะชี้ร่างรธน.ให้ความสำคัญปราบโกงดีกว่าปี40-50

‘มานะ’ ชี้ ร่าง รธน.ให้ความสำคัญปราบทุจริต ดีกว่าปี 40 และ 50 แต่ห่วงเรื่องการสรรหาองค์กรอิสระ เพราะที่ผ่านมามีปัญหาความน่าเชื่อถือ

นายมานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น กล่าวในการเสวนาเวที บ่องตง ประชามติ เท…ไม่เท ว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยเฉพาะจัดสรรงบประมาณของภาครัฐโดยมีเพิ่มบทลงโทษกรณีที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงคณะรัฐมนตรี นำงบประมาณไปใช้เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้อง โทษสูงสุดคือ ปลดออกจากตำแหน่ง นอกจากนี้ ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ได้กำหนดอำนาจหน้าที่ของภาครัฐ ฝ่ายการเมือง และบริบทที่เอื้อต่อการป้องกันและปราบปรามการทุจริต รวมถึงสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลภาครัฐที่จะช่วยให้การตรวจสอบเป็นไปได้ง่ายขึ้น ซึ่งให้มากกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 และ 2550 จึงถือว่า เป็นร่างรัฐธรรมนูญ ที่มีมาตรการปราบปรามการทุจริตที่ดีที่ของไทย แต่สิ่งที่ประชาชนที่ต้องตรวจสอบดูแล คือ การสรรหาคณะกรรมการองค์กรอิสระ เพราะในช่วงที่ผ่านมา มีปัญหาเรื่องความน่าเชื่อถือ บุคคลที่ได้รับการสรรหาให้เป็นคณะกรรมการองค์กรอิสระ ทั้ง ป.ป.ช. และกรณีของการเสนอชื่อกรรมการผู้ตรวจการแผ่นดิน

เปิดใจ! หม่ำ ไม่เคยตัด แวว จากชีวิต ขอแค่น้องคิดเองให้ได้

1_14691594853_14691594879_146915949410_1469159494

ออกมายืนยันด้วยตัวเองเลยว่าไม่คิดจะตัดพี่ตัดน้องกับ “แวว จ๊กมก” อดีตตลกสาวชื่อดังเลยแม้แต่นิดเดียว  สำหรับ “หม่ำ เพ็ชรทาย วงษ์คำเหลา” ศิลปินตลกร้อยล้าน หลังถูกผู้สื่อข่าวสอบถามถึงสถานะความเป็นอยู่ของ แวว มกจ๊ก ที่เพิ่งจะผ่านเหตุการณ์ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมในข้อหาเสพยาไอซ์ คาโรงแรม ย่านสุทธิสาร เมื่อหลายเดือนก่อน

โดย “หม่ำ จ๊กมก” ได้เผยอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้พยายามเตือนน้องสาวหลายครั้งแล้ว แต่ในเมื่อยังไม่สามารถคิดได้ตนก็ไม่รู้จะทำยังไงอีก พร้อมยืนยันทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกเป็นห่วงเพราะถึงยังไงก็เป็นพี่เป็นน้องมีสายเลือดเดียวกัน หากสามารถปรับปรุงตัวได้เมื่อไหร่ตนก็ยินดียื่นมือเข้าช่วยเหลือเต็มที่ ไม่เคยคิดทอดทิ้งอยู่แล้ว…

“ทุกวันนี้แววเขาก็ยังคงไปๆ มาๆ ที่บ้านผมนั่นแหละครับ เที่ยวบ้านเพื่อนมั่ง กลับมาหาพี่น้องที่บ้านบ้างจะได้ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกัน เอาจริงๆ ผมไม่เคยพูดว่าจะตัดขาดพี่น้องกับเขาเลยนะ ผมพูดแค่ว่าเขาไม่รักดี คือทุกคนต่างก็มีเส้นทางเป็นของตัวเอง เขาอยากเลือกเดินทางไหนก็ให้เขาเลือกเอา แต่ว่าเขาจะอายุ 50 แล้วไง เขาน่าจะรู้ได้แล้ว น่าจะคิดเองได้แล้ว ผมไปแนะนำอะไรไม่ได้หรอก ถ้าหากเขาคิดไม่เป็นอันนี้ก็ต้องแล้วแต่เขา อยากอยู่ในเส้นทางจมปลักต่อไปก็เรียนเชิญ ผมก็คงจะช่วยได้เท่านี้”

“แต่ว่าตอนนี้หน้าตาเขาสดใสขึ้นนะดูดีขึ้น ไม่เหมือนเมื่อก่อน เมื่อก่อนดูไม่ค่อยได้ ส่วนเรื่องงานในวงการจริงๆ ผมคิดว่าต้องรอให้เขาปรับสภาพตัวเองให้ได้ก่อน ถ้าเขาทำเหมือน พี่นก วนิดา ที่กลับมาได้ ผมก็ยินดีช่วย เพราะตัวพี่นกเองผมก็เพิ่งจะดึงกลับมาร่วมงานหนังตั้ง 2 เรื่อง คือเราต้องดูสภาพคนด้วยไงครับ ถ้าหากสภาพเขาพร้อมจะกลับมาเราก็ไม่เคยปิดโอกาสอยู่แล้ว”

เชื่อถ้าแววมาอยู่ด้วยกันมีโอกาสสูงที่จะกลับมาทำงานในวงการได้อีก “ผมคิดว่าถ้าเขากลับมาอยู่กับผมบ่อยๆ เขาอาจจะปรับสภาพได้ครับ แต่ถ้าเขามัวแต่ไปนอกบ้านไปเจอเพื่อนแบบนี้ คือคนมันเคยทำไงครับ ยังไงมันก็ต้องทำ แต่ถ้าหากเขาไม่ไปไหนเลยมันก็จะดี คือเรื่องแบบนี้จริงๆ มันก็ขึ้นอยู่กับเพื่อนกับฝูงด้วยนะ เหมือนกับคนเรานั่งดื่ม ถ้าดื่มคนเดียวมันไม่สนุกหรอก ยังไงมันก็ต้องมีเพื่อนมานั่งด้วยกันถึงจะครบ”

“พี่น้องทุกคนนั่นแหละครับ ต่อให้เขาเป็นโจร ต่อให้ฆ่าคนตาย เขาก็ยังเป็นพี่เป็นน้องของผม เป็นคุณคุณจะคิดเหมือนผมไหมล่ะ ถ้าน้องเราติดคุกไม่ว่าจะด้วยเรื่องอะไรก็แล้วแต่เราก็ยังเป็นพี่น้องกัน เราปลดห่วงจากกันไม่ได้หรอก ในใจเรายังคิดห่วงเขาเสมอ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเขาเองก็คิดให้ได้ เส้นทางนี้เขาเป็นคนเลือกเอง เขาต้องคิดเอาเอง ถ้าหากคิดไม่ได้ก็ไม่เป็นอะไร อย่างที่บอกเขาจะอายุ 50 แล้วครับ และสำหรับผม ผมยินดีให้เขามาอยู่ด้วยกันเสมอถ้าเขาคิดเป็น”

ส่วนกระแสชื่นชมภาพถ่ายพรีเวดดิ้งของลูกสาว “เอ็ม บุษราคัม” และแฟนหนุ่ม “กอล์ฟ กรวัฒน์”ที่เพิ่งจะถูกปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อย ก่อนถึงวันวิวาห์จริงในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ ด้านคุณพ่อคนเก่ง “หม่ำ จ๊กมก” ก็ได้เผยความรู้สึกให้เราฟังว่า…

“ตอนนี้เขาก็น่าจะยุ่งๆ กับเตรียมงานของเขานั่นแหละครับ (ยิ้ม) ถามว่าผมตื่นเต้นไหมในฐานะพ่อ ก็ใกล้แต่งแล้วนี่ แต่ก็เป็นเรื่องปกติของคนนะที่เขาจะได้เป็นฝั่งเป็นฝา ขายได้ขายออกแล้วดี ส่วนตอนที่เขาไปถ่ายพรีเวดดิ้งผมก็ไม่ได้ไปดูหรอกนะเพราะช่วงนี้ผมไม่ค่อยว่าง แต่ภาพที่ออกมาก็สวย คือลูกสาวเขาสวยได้พ่ออยู่แล้วไง (หัวเราะ)”

“จริงๆ เขาก็มาเล่าบรรยากาศตอนที่ไปถ่ายมาให้ฟังเหมือนกัน เพราะพอเขาถ่ายเสร็จเขาก็มานั่งรอผมทำงานเกือบตี 1 เราคุยกันปกติ ดีใจนะที่เขาจะได้มีครอบมีครัวแล้ว ส่วนเรื่องหลานเห็นตัวเขาเองก็บอกว่ายังไม่พร้อม แต่แม่เขาอยากอุ้มแล้ว อยากได้หลาน ซึ่งถ้ามีจริงๆ ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้ไม่เหงา แถมไม่ต้องมาบ่นผมด้วย (ยิ้ม)” หม่ำกล่าว

เครดิตภาพประกอบจาก Instagram @motjokmok

จัดเต็มแฟชั่น 2 แฝด บีนา & บรู๊คลิน ฉายแววนางแบบ นายแบบแต่เด็ก

จัดเต็มแฟชั่น 2 แฝด บีนา & บรู๊คลิน ฉายแววนางแบบ นายแบบแต่เด็ก

จัดเต็มแฟชั่น 2 แฝด บีนา & บรู๊คลิน ฉายแววนางแบบ นายแบบแต่เด็ก

         ตอนที่รู้ว่าคู่รักนานา ไรบีนา กับเวย์ ไทเทเนียมกำลังจะมีลูกแฝดก็ต่างสร้างความตื่นเต้น และหลายๆ คนก็ตั้งตารออยากเจอหน้ากันเป็นแถวๆ พอได้เห็นหน้าต้องบอกเลยว่า น่ารักมากกกก เด็กน้อยฝาแฝดคู่นี้ เพราะทั้งคุณพ่อคุณแม่ต่างพากันจับเด็กน้อยแต่งตัว มิกซ์แอนด์แมตช์โพสต์ท่าฉายแววนางแบบ นายแบบกันสุดๆ จะเป็นยังไงบ้างนั้น  รวบรวมมาให้ได้ดูกันค่า

       เรื่องโพสต์ท่า คุณแม่ยังสู้ไม่ได้เลย อิอิ

        นี่ๆ เท่ตั้งแต่เด็กเลยยย

        family shots น่ารักกกก

        เห็นแล้วอยากขอถ่ายรูปด้วยจังเลยเด็กๆ จ้า น่ารัก น่าเอ็นดูจริงๆ เหมือนตุ๊กตาเลย อิอิ ^^

แต่งหน้าด้วยสก๊อตไบรท์ล้างจาน! ไม่ถึง 15 บาทก็สวยได้

แต่งหน้าด้วยสก๊อตไบรท์ล้างจาน! ไม่ถึง 15 บาทก็สวยได้

แต่งหน้าด้วยสก๊อตไบรท์ล้างจาน! ไม่ถึง 15 บาทก็สวยได้

OMG! เห็นแล้วต้องอุทานดังๆ เมื่อบล็อกเกอร์ต่างประเทศนำ สก๊อตไบรท์ ที่ใช้ล้างจานมาแต่งหน้า ทารองพื้น สร้างกรอบหน้าให้เรียวเล็กออกมาได้เนียนเด้ง มาแรงขนาดนี้ต้องเปิดพรีออเดอร์มั๊ย!

กลายเป็นกระแสให้สาวๆ ต้องกรีดร้อง เมื่อ diiam.ond โพสต์คลิป How To แต่งหน้าด้วยสก๊อตไบรท์แทนฟองน้ำ ทารองพื้น คอนซีลเลอร์ แป้งฝุ่นรวมไปถึงไฮไลท์และบรอนเซอร์ งานนี้ทำเอาสาวๆ ที่ใช้ฟองน้ำ Beauty Blender หรือ Real Techniques แบรนด์ดังเรื่องฟองน้ำแต่งหน้าระดับโลกเห็นแล้วคงต้องอึ้งกับผลลัพธ์ที่น่าตะลึง

ใครอยากรู้ว่า สก๊อตไบรท์ ที่เราคุ้นตากันมาตั้งแต่เด็กจะแต่งหน้าได้อย่างไร ตามมาเลย ดูแล้วจะบอกเลยว่าว้าวมว๊ากกกกก! สิ่งมหัศจรรย์อันละไม่ถึง 20 บาท สร้างความสวยให้ใบหน้าได้ขนาดนี้

 

 

เห็นแล้วได้แต่อึ้ง ทึ่ง ไม่รู้จะบรรยายมาเป็นคำพูดยังไงเลยจริงมั๊ย? สำหรับสาวๆ ที่มีความกล้าอยากลองเอาสก๊อตไบรท์มาใช้แทนฟองน้ำ ลูกเกดว่าก่อนใช้นำฟองน้ำไปล้างน้ำสะอาดก่อน จะได้ฟองน้ำที่นิ่ม ปาดเนื้อได้เนียนยิ่งขึ้น แต่ถ้าใครมีฟองน้ำสำหรับแต่งหน้าจริงๆ ก็ใช้แบบเดิมไปเถอะค่ะ ยังไงฟองน้ำล้างจานก็เหมาะกับการใช้ทำความสะอาดจานมากกว่าหน้าเรานะ เพราะถ้าเผลอใช้ผิดด้านไปเอาด้านสีเขียวมาทาจะพังไม่เป็นท่าไปนะยูว์

‘ทรัมป์’ ปฏิเสธ ภรรยาไม่ได้ลอกสุนทรพจน์ ‘มิเชล โอบามา’

'ทรัมป์' ปฏิเสธ ภรรยาไม่ได้ลอกสุนทรพจน์ 'มิเชล โอบามา'

‘ทรัมป์’ ปฏิเสธ ภรรยาไม่ได้ลอกสุนทรพจน์ ‘มิเชล โอบามา’

นายโดนัลด์ ทรัมป์ปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าภรรยาของเขาลอกเลียนแบบสุนทรพจน์ของนางมิเชล โอบามา ที่เคยพูดไว้เมื่อปี 2008 แต่ยังคงตอบไม่ตรงกันว่าใครเป็นผู้ร่างสุนทรพรจน์

ทีมงานของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนพรรครีพับลิกันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาว่า สุนทรพจน์ของ นางเมลาเนีย ทรัมป์ ภรรยาของนายทรัมป์ในการประชุมใหญ่ของพรรครีพับลิกัน ไม่ได้ลอกสุนทรพจน์ของนางมิเชล โอบามา สตรีหมายเลขหนึ่งที่เคยพูดไว้เมื่อการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตในปี 2008 แบบคำต่อคำ แต่ทีมงานของนายทรัมป์ก็ยืนยันว่า ไม่มีหลักฐานว่า นางทรัมป์ไปลอกสุนทรพจน์ของนางโอบามา

จนถึงขณะนี้ ทั้งนางเมลาเนีย ทรัมป์ และทีมงานยังตอบไม่ตรงกันว่า ใครเป็นผู้ร่างสุนทรพจน์ของนางทรัมป์ โดยนางทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว เอ็นบีซีว่า เธอเป็นคนเขียนสุนทรพจน์โดยมีคนช่วยอีกนิดหน่อย แต่ทีมงานของนายทรัมป์กลับออกแถลงการณ์ตามมาว่า ทีมร่างสุนทรพจน์ของนางทรัมป์ได้นำเนื้อหาของสุนทรพจน์มาจากความมุ่งมั่นและความใฝ่ฝันของนางทรัมป์ และบางส่วนในสุนทรพจน์ก็เป็นการสะท้อนความคิดของนางทรัมป์เอง

ที่มา: VoiceTV

ตุรกีประกาศภาวะฉุกเฉิน3ด.หลังรัฐประหารเหลว

ตุรกีประกาศภาวะฉุกเฉิน3ด.หลังรัฐประหารเหลว

ตุรกีประกาศภาวะฉุกเฉิน3ด.หลังรัฐประหารเหลว

ผู้นำตุรกี ประกาศภาวะฉุกเฉิน 3 เดือน หลังเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อสัปดาห์ก่อน

สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี ประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 3 เดือน
หลังทหารก่อการรัฐประหารล้มเหลวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยผู้นำตุรกี กล่าวว่า พลเมืองไม่ควรจะมีความกังวลกับ
การปกครองระบอบประชาธิปไตย บทบาทกฎหมาย สิทธิขั้นพื้นฐาน และอิสรภาพ

ผู้นำตุรกี กล่าวว่า การประกาศภาวะฉุกเฉินจะปกป้องคุณค่าของประชาธิปไตยและพลเมือง จากการโจมตีของ
พวกเขาได้ ทั้งนี้ ยังยกย่องผู้ที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ว่า เป็นผู้เสียสละ และยังบอกอีกว่า ประเทศจะไม่มีวันลืมความ
กล้าหาญและความเสียสละ ของผู้ที่พลีชีพในเหตุการณ์ครั้งนี้

พระสงฆ์เสี่ยงเบาหวาน-ไขมันสูง จากอาหารใส่บาตร

พระสงฆ์เสี่ยงเบาหวาน-ไขมันสูง จากอาหารใส่บาตร

“กรมการแพทย์” เผยสถิติจากโรงพยาบาลสงฆ์ พบพระสงฆ์อาพาธด้วยโรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวานและโรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีปัจจัยเสี่ยงจากการบริโภคภัตตาหาร
นายแพทย์ณรงค์ อภิกุลวณิช รองอธิบดีกรมการแพทย์และโฆษกกรมการแพทย์ กล่าวว่า พระสงฆ์มีบทบาทสำคัญต่อพระพุทธศาสนาและอยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน คนไทยส่วนใหญ่มีอุปนิสัยชอบทำบุญ เช่น ตักบาตร ถวายสังฆทาน ปล่อยนก ปล่อยปลา เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันสำคัญต่างๆ ทางพระพุทธศาสนา ซึ่งอาหารและสิ่งของที่พุทธศาสนิกชนนำมาถวายพระสงฆ์นั้น ถือว่ามีความสำคัญต่อโภชนาการของพระสงฆ์เป็นอย่างมาก เนื่องจากพระสงฆ์จะฉันอาหารที่ได้รับจากการบิณฑบาตหรือมีผู้ทำบุญถวาย ให้พออิ่มโดยไม่เลือกและไม่ติดรสชาติอาหาร เพื่อให้ร่างกายมีพลังงานดำรงชีวิตและปฏิบัติศาสนกิจประจำวันเท่านั้น ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มีพระสงฆ์จำนวนไม่น้อยอาพาธด้วยโรคที่เกี่ยวข้องกับภาวะโภชนาการ เช่น โรคหัวใจขาดเลือด ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ไขมันสูง เกาต์ ไตวาย เป็นต้น
จากสถิติของโรงพยาบาลสงฆ์ กรมการแพทย์ ปี 2558 พบว่ามีพระสงฆ์อาพาธเข้ารักษาด้วยโรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคความดันโลหิตสูง เป็นลำดับต้นๆ ซึ่งโรคดังกล่าวเป็นกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ที่มีปัจจัยเสี่ยงมาจากการบริโภคอาหารหวาน มัน เค็ม เป็นประจำ ปัจจุบันพบว่าอาหารที่พุทธศาสนิกชนนำไปทำบุญถวายพระสงฆ์ มักเป็นอาหาร ที่มีไขมันสูง เช่น แกงกะทิ ขนมหวานต่างๆ นอกจากนี้ พระสงฆ์บางรูปสูบบุหรี่ ดื่มกาแฟ ดื่มเครื่องดื่มชูกำลังเกิน 2 ขวดต่อวัน และฉันอาหารที่ปรุงไม่ถูกสุขลักษณะ จึงทำให้กระทบต่อสุขภาวะของพระสงฆ์และนำไปสู่การเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรังต่างๆ
รองอธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในช่วงวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาทั้งวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา ที่กำลังจะมาถึงพุทธศาสนิกชนชาวพุทธที่จะทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน ถวายเทียนพรรษา หรืออื่นๆ ควรพิถีพิถันในการเลือกสิ่งของที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อพระสงฆ์ สามเณร เช่น ข้าวกล้อง ข้าวซ้อมมือ พืชตระกูลถั่ว พืชผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด อาหารประเภทเนื้อปลา เต้าหู้ เป็นต้น หากเป็นอาหารสำเร็จรูปควรสังเกตวันผลิต วันหมดอายุ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเค็มจัด หวานจัด และมีไขมันสูง เพื่อให้พระสงฆ์ สามเณร มีสุขภาพดีห่างไกลจากโรคต่างๆ และเป็นไปตามเจตนาของการทำบุญอย่างแท้จริงด้วย

ขอบคุณเนื้อหาจาก กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข
ภาพประกอบจาก istockphoto

“เหงื่อเป็นเลือด” โรคประหลาด ไม่ทราบสาเหตุ-วิธีรักษา

“เหงื่อเป็นเลือด” โรคประหลาด ไม่ทราบสาเหตุ-วิธีรักษา

นับวันโรคประหลาดที่พบได้ยากทั่วโลก จะเกิดขึ้นกับคนไทยมากขึ้นทุกที อย่างกรณีของ“น้องเชียร์” อายุ 11 ปี ชาวอยุธยา ก็มีอาการประหลาด คือพบเลือดไหลออกจากใบหน้าและลำตัว ทั้งๆ ที่ไม่มีบาดแผลใดๆ เกิดขึ้น ระหว่างรับการวินิจฉันจากแพทย์ จึงขออนุญาตนำข้อมูลเกี่ยวกับโรค “เหงื่อเป็นเลือด” จากเว็บไซต์มหาวิทยาลัยขอนแก่น มาให้ได้ศึกษากันค่ะ

โรค เหงื่อเป็นเลือด

คณะแพทย์โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้เปิดเผยถึงข้อมูลของโรค Hematidrosis (โรคเหงื่อเป็นเลือด) ว่าเป็นโรคที่มีอุบัติการณ์การเกิดโรคน้อยมาก เริ่มมีรายงานตั้งแต่ปี ค.ศ.1957 และตีพิมพ์ในประเทศรัสเซียเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตามไม่มีการรายงานชัดเจนว่าค้นพบโรคนี้เมื่อใด ในประเทศไทยพบผู้ป่วยลักษณะเดียวกันนี้ 3 ราย มีผู้ป่วยที่โรงพยาบาลศิริราช 1 รายที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยและตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Dermatopathology เมื่อปีค.ศ.2008

ลักษณะอาการของโรคเหงื่อเป็นเลือด

ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการเหงื่อออกเป็นเลือด บางรายพบลักษณะน้ำตาไหลเป็นเลือด เลือดออกบริเวณผิวหนังในตำแหน่งต่างๆของร่างกายโดยตรวจไม่พบบาดแผลที่บ่งชี้ว่าเป็นเหตุให้มีเลือด ออกในบริเวณดังกล่าว ประกอบกับผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการในระบบเลือด ไม่พบภาวะเกร็ดเลือดต่ำหรือภาวะผิดปกติในการแข็งตัวของเลือดที่สามารถอธิบายสาเหตุของอาการเลือดออกได้

สาเหตุของโรคเหงื่อเป็นเลือด

ปัจจุบันยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด บางรายงานพบว่าเป็นผลจากการอักเสบของเส้นเลือด บางรายงานพบการขยายตัวของเส้นเลือดมากกว่าปกติในตำแหน่ง ที่มีเลือดออก บางรายพบว่าสัมพันธ์กับความเครียด  โดยสรุป จากทุกรายงานใน ปัจจุบันยังไม่มีคำตอบถึงสาเหตุที่แน่ชัดของโรคนี้

การวินิจฉัยโรคเหงื่อเป็นเลือด

อาศัยจากประวัติ การตรวจร่างกาย และการตรวจทางห้องปฏิบัติการของผู้ป่วย การตัดชิ้นเนื้อที่ผิวหนังในตำแหน่งที่มีเลือดออกทันทีหลังจากที่มีเลือดออกสามารถช่วยในการสนับสนุนการวินิจฉัยโรคได้ ดังนั้นผู้ป่วยจึงมีความจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อสังเกตุอาการและพิจารณาตัดชิ้นเนื้อที่ผิวหนังขณะที่มีเลือดออกเพื่อใช้ประกอบ ในการวินิจฉัยต่อไป

การรักษาโรคเหงื่อเป็นเลือด

เนื่องจากเป็นโรคที่พบได้น้อยมาก ปัจจุบันจึงมีเพียงรายงานการใช้ยาบางกลุ่มในการรักษาโรคนี้เท่านั้น บางรายรักษาด้วยยาแล้วอาการดีขึ้น กล่าวคือ อาการเหงื่อออกเป็นเลือดลดลง แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าผู้ป่วยหายขาดจากโรคดังกล่าวแล้ว อย่างไรก็ตามพบว่าผู้ป่วยบางราย มีอาการน้อยลงหรือมีช่วงที่อาการสงบยาวนานได้

โดยสรุปแล้ว สำหรับข้อมูลในโลกปัจจุบันนี้ ยังไม่มีคำตอบที่แน่ชัดถึงสาเหตุของโรค รวมถึงวิธีการรักษาโรค hematidrosis ดังนั้นหากพบใครที่มีลักษณะอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยโดยละเอียด และอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด