กรมคุมโรค,แนะปชช.,เตรียมตัวก่อนเดินทางหยุดยาว

กรมคุมโรคแนะปชช.เตรียมตัวก่อนเดินทางหยุดยาว

กรมคุมโรคแนะปชช.เตรียมตัวก่อนเดินทางหยุดยาว

อธิบดี กรมควบคุมโรค แนะ ปชช. เตรียมตัว ขณะขับรถทางไกล ป้องกันอุบัติเหตุช่วงวันหยุดยาว ที่จะถึงนี้นายแพทย์อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ทุกช่วงวันหยุดยาว ประชาชนส่วนใหญ่จะเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือขับรถท่องเที่ยว กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำให้ประชาชนเตรียมพร้อมก่อนการเดินทางไกล เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดอุบัติเหตุ เตรียมสภาพรถ ตรวจเช็กลมยาง ไฟส่องสว่างและไฟเลี้ยว ตรวจระบบเบรกให้มีความสมบูรณ์และใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ตรวจสอบน้ำกลั่นในหม้อแบตเตอรี่ เติมน้ำมันเครื่องให้พร้อม และควรมีเครื่องมือประจำรถและอะไหล่ต่าง ๆ สำรองติดรถเอาไว้ เตรียมคนขับ พักผ่อนให้เพียงพอ หากจะต้องมีการขับรถในระยะทางไกล รวมทั้งควรมีการ

แวะพักเพื่อปรับเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะ เพื่อป้องกันอาการง่วงนอน และต้องขับรถด้วยความระมัดระวัง ปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ที่สำคัญต้องไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮลล์ทุกชนิดหรือทานยาที่ทำให้ง่วง เช่น ยาลดน้ำมูก ยาภูมิแพ้ ยาแก้ไอ เป็นต้นระหว่างการขับรถทางไกล ผู้ขับควรสร้างความตื่นตัวให้กับตัวเอง 5 ข้อ คือเปิดหน้าต่างเป็นระยะเพื่อการถ่ายเทอากาศ วมแว่นตากันแดดหรือใช้ที่บังแดดเพื่อลดแสงจ้าหรือแสงสะท้อนที่ทำให้มองเห็นไม่ถนัดขณะขับรถในช่วงที่แสงแดดแรง หลีกเลี่ยงการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน ช่วงรถติดหรือติดไฟแดงสามารถลดอาการเมื่อยล้าของสายตาและกล้ามเนื้อได้ โดยมองไปยังต้นไม้สีเขียวหรือหลับตาพักสายตาสักครู่ และนวดบริเวณต้นคอและบ่า 2 ข้าง และควรหยุดพักบ่อย ๆ จิบน้ำหรือหาเครื่องดื่มมาช่วยเพิ่มความสดชื่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นเพื่อให้ร่างกายสดชื่น ตื่นตัวตลอดเวลา

ชมพู่ ,ไม่รู้ ,ดราม่า,โรตีสายไหม ,ผจก. ก็ไม่ได้อยู่ในจุดเกิดเหตุ

ชมพู่ ไม่รู้ ดราม่าโรตีสายไหม ผจก. ก็ไม่ได้อยู่ในจุดเกิดเหตุ !?

ชมพู่ ไม่รู้ ดราม่าโรตีสายไหม ผจก. ก็ไม่ได้อยู่ในจุดเกิดเหตุ !?

ทำเอาดราม่ากระฉ่อนโซเชียลฯ กันเลยทีเดียว สำหรับการโพสต์อินสตาแกรมของ “หวานเจี๊ยบ” ผู้จัดการส่วนตัวของนางเอกสาวชื่อดัง “ชมพู่ อารยา” ที่เล่าถึงประสบการณ์แย่ๆ กับร้านขายโรตีสายไหมข้างทาง ขณะรอเปลี่ยนยางรถตู้เนื่องจากประสบปัญหายางแตก จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ถึงขนาดมีการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบจุดตั้งร้านค้าบริเวณไหล่ทางกันเลยเดียว

โดยล่าสุดพอมีโอกาสได้เจอกับสาวชมพู่ในงานบวงสรวงละคร “The Cupids บริษัท รักอุตลุด” บรรดาสื่อก็เลยต้องเข้าไปขอสัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวกันสักหน่อย ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยกับเราว่า…

ถามถึงเรื่องร้านสายไหมที่ผู้จัดการส่วนตัวเราโพสต์ หลายคนสงสัยว่าเราอยู่ด้วยไหม ?
“ไม่อยู่ค่ะ พี่หวานก็ไม่ได้อยู่ ชมไม่ทราบเรื่องเลยจริงๆ อันนี้ต้องไปถามคนโพสต์นะ ไม่เกี่ยวเลย (หัวเราะ) แต่ถามว่าเห็นข่าวที่เขาแชร์กันไหม ก็เห็นค่ะที่เขาแชร์กันในฟีด”

เราได้มีโอกาสคุยกับพี่หวานแล้วหรือยัง ?
“คุยกันทุกวันอยู่แล้วค่ะ คุยกันทุกวัน ซึ่งจริงๆ หวานเขาไม่ใช่คนที่เจอเหตุการณ์นะ แต่เป็นเพื่อนๆ ด้วยกันในกลุ่มนี่แหละที่เจอ และนำมาเล่ามาบ่นให้ฟังเท่านั้นเอง”

ส่วนตัวพี่ชมเองเคยเจอเหตุการณ์ลักษณะนี้บ้างไหม ?
“ถ้าแบบนี้เป๊ะๆ อาจจะยังไม่เคยค่ะ”

เหมือนตอนนี้ก็มีกระแสเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจพื้นที่บริเวณนั้นด้วย ?
“ก็ปล่อยให้เป็นเรื่องของทางการเนอะ ส่วนเราประชาชนธรรมดาก็อยู่อย่างนี้แหละ (ยิ้ม)”

ถามถึงงานละครบ้าง เหมือนว่าเราจะรับเรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายแล้วเพราะจะมีลูก ?
“เอาจริงๆ ก็มีคุยไว้บ้างค่ะ แต่ชมไม่อยากผูกมันอะไร เพราะชมอยากเคลียร์งานที่รับไว้ ณ ตอนนี้ให้ลงตัวก่อน แล้วค่อยว่ากัน เนื่องจากโปรเจคต่างๆ ที่ทำอยู่ชมรับไว้ตั้งแต่ก่อนแต่งงาน ดังนั้นเรื่องอื่นๆ ก็อาจจะต้องรอไป”

สำหรับความพร้อมของร่างกายเราตอนนี้เป็นยังไงบ้าง ?
“ยังไม่ได้ปรึกษาคุณหมอนะคะ แค่ถามเพื่อนๆ ในวงการเฉยๆ ว่าเขาเริ่มต้นปรึกษายังไง คุณหมอคนไหนที่อยากแนะนำให้ฝากท้อง ส่วนเรื่องมียากหรือไม่ยาก อันนี้ชมไม่รู้นะคะ แต่ชมมองว่าชมก็ดูแลสุขภาพตัวเองดีประมาณหนึ่ง แต่เอาไว้ถึงหน้าฉากตรงนั้นแล้วค่อยว่ากันอีกทีดีกว่า (หัวเราะ)”

ได้มีการฝากไข่หรืออะไรไว้บ้างไหม ?
“ชมยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้นค่ะ เพราะชมอยากใช้วิธีธรรมชาติอยู่แล้ว”

สามีว่ายังไงบ้าง มีพูดเร่งๆ เราบ้างหรือเปล่า ?
“ไม่ได้ว่ายังไงนะคะ ก็แค่ถามทุกวันว่าเมื่อไหร่จะไปถ่ายละคร เพราะเขาก็รู้อยู่แล้วว่าชมรับงานไว้ ส่วนทางบ้านก็ไม่ได้เร่งโดยตรง แค่ได้ยินฟีดแบคจากคนอื่นเฉยๆ ว่าก็มีพูดบ้าง”

จะมีเซอร์ไพรส์อะไรเป็นพิเศษไหมเพราะใกล้วันแต่งงานแล้ว ?
“ชมคงอยู่คานส์ช่วงวันแต่งงานพอดี ดังนั้นก็คงต้องเอาไว้แบบว่าย้อนหลังแทน”

คพ.,ยังพบ,เชียงใหม่,เชียงราย,ฝุ่นละอองสูง

คพ.ยังพบเชียงใหม่-เชียงรายฝุ่นละอองสูง

คพ.ยังพบเชียงใหม่-เชียงรายฝุ่นละอองสูง

กรมควบคุมมลพิษ ยังพบ เชียงใหม่ – เชียงราย มีฝุ่นละอองสูง ทุกจังหวัด มีแนวโน้มลดลงจากฝนตกกรมควบคุมมลพิษ รายงานปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM10) ประจำวันที่ 20 เม.ย. 2559 ณ เวลา 09.00 น. พบว่าคุณภาพอากาศโดยรวม อยู่ในระดับปานกลาง ถึงมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองเฉลี่ยสูงสุดได้ 192 มคก./ลบ.ม. ที่ อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ รองลงมาที่ชายแดน อ.แม่สาย จ.เชียงราย ปริมาณฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลงทุกจังหวัด เนื่องจากมีฝนตกกระจายในหลายพื้นที่ และจุดความร้อนในประเทศยังคงมีมากในพื้นที่ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่ และ จ.เชียงราย

ทั้งนี้ กรมควบคุมมลพิษ ยังคงขอให้ทุกจังหวัดระดมสรรพกำลังเฝ้าระวังและดับไฟอย่างเข้มงวดเนื่องจากมีจุดความร้อนกระจายอยู่หลายจังหวัดรวมถึงชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนถึงสถานการณ์และการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องเพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพ รวมทั้งขอความร่วมมืองดเผาป่าและเศษวัสดุการเกษตรอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง

กระทรวงทรัพย์ฯ,หนังสือทวงเงิน,ราชการเสียหาย,ร้อยล้าน

หึ่ง! ‘กระทรวงทรัพย์ฯ’ เจอหนังสือทวงเงินทำราชการเสียหายนับร้อยล้าน

หึ่ง! ‘กระทรวงทรัพย์ฯ’ เจอหนังสือทวงเงินทำราชการเสียหายนับร้อยล้าน

กระทรวงทรัพยากรฯ หึ่ง สำนักนายกรัฐมนตรีทำหนังสือทวงเงินที่ทำให้ราชการเสียหายหลายสิบโครงการเกือบ 100 ล้านบาทพร้อมจี้เอาผิดเจ้าหน้าที่รัฐทุจริตทั้งกรมป่าไม้ กรมอุทยานฯ กรมทรัพยากรทางทะเลฯ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรฯ ได้มีหนังสือถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธ์ุพืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมกับแนบหนังสือของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ให้ดำเนินการเร่งรัดติดตามกรณีเงินขาดบัญชีหรือเจ้าหน้าที่รัฐทุจริต จากโครงการต่างๆ จำนวนหลายสิบโครงการที่ทำให้ราชการเสียหาย จำนวนเกือบ 100 ล้านบาท

อาทิ สำนักงานป่าไม้จังหวัดมหาสารคาม เบิกจ่ายเงินงบประมาณโดยมิชอบหรือทุจริต จำนวนเงินที่เสียหาย 6,595,685.34 บาท การทุจริตเบิกจ่ายเงินโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่า สำนักงานป่าไม้จังหวัดสุรินทร์ จำนวนเงินที่เสียหาย 5,182,900 บาท ทุจริตการปลูกป่าของสำนักงานป่าไม้เขตนครราชสีมา จำนวนเงินที่เสียหาย 520,180 บาท สวนพฤษศาสตร์ภาคใต้ ต.พนางตุง จ.พัทลุง ใช้ลูกจ้างของรัฐไปเป็นคนงานให้กับบริษัทรับเหมาก่อสร้าง จำนวนเงินที่เสียหาย 1,078,334 บาท การเบิกจ่ายเงินค้าจ้างแรงงานให้แก่ลูกจ้างชั่วคราวรายวันเป็นเท็จของศูนย์ควบคุมไฟป่าที่ 21(นครราชสีมา) จำนวนเงินที่เสียหาย 515,222 บาท

นอกจากนี้ ยังมีกรณีทุจริตการเบิกจ่ายเงินตามโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่าของสำนักงานป่าไม้อำเภอจัตุรัส จ.ชัยภูมิ จำนวนเงินที่เสียหาย 127,220 บาท สถานีควบคุมไฟป่าพะเยาจ่ายเงินค่าจ้างชั่วคราวเป็นเท็จเพื่อเบิกเงินงบประมาณของทางราชการ จำนวนเงินที่เสียหาย 1,408,756 บาท การเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการของสำนักงานป่าไม้จังหวัดตรัง โดยปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม เพื่อนำไปใช้เป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายเงิน ทำให้ทางราชการได้รับความเสียหาย จำนวนเงินที่เสียหาย 177,077.55 บาท

การจ่ายเงินค่าเลี้ยงเจ้าหน้าที่และการก่อสร้างสิ่งก่อสร้าง จำนวน 5 รายการของเขตรักษาพันธ์ุสัตว์ป่าเขาบรรทัด จ.พัทลุง ไม่ปฎิบัติให้ถูกต้องตามระเบียบของทางราชการเป็นเหตุให้ทางราชการเสียหาย จำนวน 1,429,985 บาท การจ้างคนงานเพาะชำกล้าไม้โครงการปลูกป่าถาวรเฉลิมพระเกียรติฯ ของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13(แพร่) ไม่ระบุจำนวนเงิน การทุจริตโครงการส่งเสริมเกษตรกรปลูกป่าของสำนักงานป่าไม้ อ.โคกศรีธาตุ จ.อุดรธานี จำนวนเงินที่เสียหาย 751,300 บาท เป็นต้น

ด้าน นายชลธิศ สุรัสวดี อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวว่า ได้เห็นเอกสารดังกล่าวแล้ว เป็นเอกสารจริงส่งมาที่กรมป่าไม้เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีทั้งรายละเอียดโครงการ จำนวนเงินที่เสียหายและข้าราชการที่รับผิดชอบชัดเจน ขณะนี้ได้ให้นายสมชัย มาเสถียร รองอธิบดีกรมป่าไม้ ตรวจสอบรายชื่อข้าราชการที่ปรากฎในรายชื่อของสำนักนายกรัฐมนตรีที่ให้ตรวจสอบ พบว่ามีทั้งข้าราชการที่ยังรับราชการและข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้ว

กรมป่าไม้ จะมีการตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงเพื่อติดตามกรณีเงินขาดบัญชีจากโครงการต่างๆ ที่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบรวมทั้งทุจริต ถ้าพบความผิดก็จะมีการตั้งคณะกรรมการสอบวินัยร้ายแรงถ้าผิดจริงก็ไล่ออกรวมทั้งฟ้องร้องทางแพ่งเพื่อให้ชดใช้เงินที่ทำให้ราชการเสียหาย ส่วนกรณีที่ข้าราชการที่เกษียณอายุไปแล้ว กรมป่าไม้ต้องฟ้องแพ่งเพื่อเรียกค่าเสียหายต่อไป

ขณะที่ นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ กล่าวว่า ได้รับเอกสารแล้วและจะมีการตรวจสอบรายชื่อข้าราชการที่ทุจริตและผุ้เกี่ยวข้องที่สร้างความเสียหายแก่ราชการ ถ้าพบความผิดจริงก็ต้องเจอทั้งคดีอาญาและคดีแพ่ง เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วก็จะทำเสนอสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป

พุทธะอิสระ,สงสาร,’บิ๊กตู่’ ,คนไลค์น้อยกว่า,’เน วัดดาว’, สะท้อนคนในสังคม,แยกดี/เลวไม่ออก

พุทธะอิสระ สงสาร'บิ๊กตู่' คนไลค์น้อยกว่า'เน วัดดาว' สะท้อนคนในสังคมแยกดี/เลวไม่ออก

พุทธะอิสระ สงสาร’บิ๊กตู่’ คนไลค์น้อยกว่า’เน วัดดาว’ สะท้อนคนในสังคมแยกดี/เลวไม่ออก

พุทธะอิสระ อดีตเจ้าอาวาสวัดอ้อน้อยและแกนนำ กปปส.เวทีเเจ้งวัฒนะ โพสต์ข้อความเเสดงความเห็นกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตัดพ้อว่า คนสนใจผลงานรัฐบาลน้อยกว่า เน วัดดาว โดยระบุว่า

โถ…ช่างหน้าสงสาร ลุงตู่ไม่รู้หรือไงว่า สังคมมันป่วย เห็นข่าว นายกฯ บ่นน้อยใจว่า เพจของรัฐบาล มีคนเข้ามาดูน้อยกว่า เพจของ เน วัดดาวเพจของรัฐบาล มีคนเข้ามาดูแค่ 2 หมื่นกว่าคน มีคนกดไลค์แค่ 140 คน แต่เพจของ เน วัดดาว มีคนเข้ามาดู 1 ล้านกว่าคน มีคนกดไลค์หลักพันคน

นายกฯ พูดต่อว่า รัฐบาลและหน่วยงานของรัฐต้องสร้างความเข้าใจให้ประชาชนมากขึ้น เรื่องนี้เกิดขึ้นที่ที่ประชุมคณะกรรมการสานพลังประชารัฐ ณ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิต์ อยากจะย้ำเตือนความเข้าใจท่านนายกฯ หน่อยว่า ที่พวกเรามวลมหาประชาชนออกไปสู้ จนท่านนายกฯ และรัฐบาล คสช. เข้ามาปกครองประเทศอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็เพราะสังคมมันป่วย

คนทุกระดับชั้นในสังคมมีอาการป่วย ไม่เว้นแม้แต่นักบวชในศาสนจักร เพราะพวกเราทนแบกรับความเจ็บป่วยทั้งแผ่นดินต่อไปอีกไม่ไหวแล้ว

พวกเราถึงได้ออกไปเรียกร้องหาหมอฝีมือดี มีอุดมการณ์ เข้ามาเยียวยา รักษาอาการป่วยของสังคม ไม่คิดว่า หมอ คสช. ที่นำโดยท่านนายกประยุทธ์ จะใช้เวลาเยียวยารักษาอาการเจ็บป่วยของทุกสังคมที่อยู่อาศัยบนแผ่นดินนี้ถึง 2 ปี นี่ก็แสดงว่า ผู้คนบนแผ่นดินนี้ ล้วนป่วยหนักอาการโคม่า จนสุดที่จะเยียวยา ถึงขนาดแยกแยะไม่ได้ว่า อะไรเป็นต้นแบบที่ดี อะไรเป็นต้นแบบที่เลว

ดังเช่นกรณี เน วัดดาว กับการทำหน้าที่ของรัฐบาลอย่างทุ่มเทเสียสละเพื่อแก้ปัญหา รักษาบรรเทาอาการป่วยของสังคม หากจะมองถึงคุณประโยชน์ที่คนทั้งแผ่นดินจะได้รับจากการติดตามดูพฤติกรรมของ เน วัดดาว กับตามดูการแก้ปัญหา รักษาโรคให้กับคนทั้งแผ่นดิน ของท่านนายกฯ รัฐบาล คสช. ดูจะเป็นคนละเรื่อง

แต่ทำไมถึงมีคนสนใจ เน วัดดาว มากกว่าการทำงานของรัฐบาล นี่ก็แสดงให้คุณประยุทธ์ รัฐบาล คสช. ได้เห็นชัดแล้วว่า ท่านยังไม่ได้เยียวยา รักษาโรคสันดานขาดความรับผิดชอบ ให้กับหลายๆ คนในแผ่นดินนี้ 2 ปี ที่ผ่านมานี้ ท่านยังไม่ได้แก้ปัญหาของคนในสังคม ที่ขาดสามัญสำนึกรับผิดชอบ และขาดจิตสาธารณะเลย ท่านอาจจะมองไม่เห็นปัญหา ของคน พฤติกรรมคน จิตใจคนที่ไม่มีสติปัญญา พัฒนาการ ไร้คุณธรรม หรือ ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิด ดี ชั่ว

การแก้ปัญหาของแผ่นดิน ถ้าปฏิเสธคุณธรรม หรือละเลยพฤติกรรมของคนในชาติ ต่อให้ทุ่มเท ซ่อมสร้างถาวรวัตถุอันเลิศหรูอลังการมากมายสักปานใด สุดท้าย ก็ต้องมาพังเพราะคนที่ไม่มีจิตสำนึก ไม่รับผิดชอบ ไม่มีจิตสาธารณะแยกแยะดีชั่วถูกผิดไม่ได้หลงใหล ต่อสิ่งเร้าเครื่องล่อ ถูกครอบงำได้ง่ายๆ

สุดท้าย ผลงานที่ท่านนายกฯ รัฐบาล คสช. สร้างๆ เอาไว้ ก็จะกลายเป็นเศษขยะไปในที่สุด ยังไม่สายเกินไปหรอกท่านนายกฯ ยังมีเวลาอีกปีกว่าๆ ที่จะลงไม้ลงมือเยียวยารักษาโรคสันดานขาดคุณธรรมความรับผิดชอบ ของคนในแผ่นดินนี้

ฉันเชื่อในสติปัญญา และยุทธศาสตร์ของขุนศึกผู้เจนจบยุทธวิธีเช่นท่าน ขอเพียงมีความมุ่งมั่น เสียสละทุ่มเท รีบเร่งทำการเยียวยา รักษาอาการป่วยของคนในสังคมนี้ โดยใช้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีอยู่ทั้งหมด ท่านทำได้แน่นอน

อย่าเอาแต่บ่น แต่ด่า โชว์ลีลา ล่าช้าอยู่ใยใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ ที่ท่านมี ลงมือแก้ปัญหาคนในทุกสังคมอย่างเอาจริง เอาจัง เสียทีหมดเวลาโหมโรงไหว้ครูแล้ว ท่านจะเตะก็เตะ จะตีก็ตี จะต่อยก็ต่อย อย่ามัวแต่ทำอ้อยสร้อย เงื้อง่า ราคาแพง เดี๋ยวชาวบ้านเขาเบื่อหน่าย แล้วท่านจะหันหน้าไปหาใคร ก็คงไม่มีใครเอาด้วยกับท่านหล่ะ จะหนาวเอา

จะทำอะไรก็ให้มันรวดเร็ว เร่งรัด แต่ต้องเรียบร้อยคงไม่ว่านะจ๊ะ ที่พวกเราใช้ท่านมากไปหน่อย ไหนๆ ท่านก็อาสาเข้ามาเพื่อการปฏิรูป เปลี่ยนแปลง ไม่ใช่หรือ สู้ๆ นะจ๊ะ อย่าบ่นนักเลย ยังไง พวกเรา ก็เอาใจช่ว

ของขวัญต้องห้าม

10 ของขวัญต้องห้าม

cats

1. น้ำหอม: อาจจะทำให้ความรักของคุณจืดจางเหมือนกับกลิ่นของน้ำหอมที่จางหายไปตามกาลเวลา

2. รองเท้า: ถ้าแฟนซื้อรองเท้าให้จะทำให้เลิกกัน เพราะรองเท้ามันต้องอยู่เป็นคู่ คนที่เป็นแฟนกันแต่ยังไม่ได้อยู่กันเป็นคู่ รองเท้าจึงเป็นอาถรรพ์ที่อาจจะทำให้เลิกกันได้

3. เสื้อผ้าชุดดำ: ห้ามให้เสื้อผ้าชุดที่มีสีดำเป็นของขวัญโดยเด็ดขาด เพราะคนโบราณหรือผู้หลักผู้ใหญ่เขาถือ ถ้าเราให้ชุดดำใคร เราจะต้องได้ไปงานศพของคนที่เราให้ชุดดำ

4. นาฬิกา: อาจจะทำให้ระยะเวลาที่คบกัน อาจจะต้องหยุดลงเมื่อนาฬิกาเรือนนั้นหยุดเดิน ไม่ว่าสาเหตุมาจากอะไรก็ตาม

5. รูปถ่าย: ห้ามให้รูปถ่ายเดี่ยวของตัวเองเด็ดขาดเพราะมันเปรียบเสมือนการให้รูปเป็นที่ระลึกไว้ดูต่างหน้าเวลาจากกัน อาถรรพ์นี้หลายคนเจอมาแล้ว

6. ผ้าเช็ดหน้า: ไว้ใช้เช็ดน้ำตา ดังนั้นใครไม่อยากที่จะต้องเสียน้ำตาหรือให้คนที่ได้รับของขวัญต้องเสียน้ำตา ก็ควรเลี่ยงการให้ของขวัญเป็นผ้าเช็ดหน้า

7. ของมีคม: พวกของมีคม อาวุธ ดาบ ของเล่น โมเดลต่างๆที่มีคม อย่านำเป็นของขวัญ เพราะจะทำให้ผู้รับได้รับอันตราย มีภัย โชคร้ายอีกด้วย

8. หวี: อาจจะทำให้ความสัมพันธ์ของผู้ให้และผู้รับต้องห่างกันเหมือนซี่ของหวีนั้นเอง

9. เข็มกลัด: มีความเชื่อกันว่าหากให้เข็มกลัดแก่ใคร จะเป็นการทิ่มแทงใจ สร้างความเจ็บปวด ขัดแย้งให้กับผู้รับคนนั้น

10. เครื่องแก้วต่างๆ: มีความเชื่อกันว่าถ้าเกิดเครื่องแก้วที่ให้นั้นแตกขึ้นมา นั่นก็หมายถึงความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเป็นอันแตกหัก แตกสลายตามของอย่างแน่นอน

หลังจากที่ได้อ่านกันแล้ว ใครที่กำลังคิดจะซื้อของขวัญให้ใครสักคน ก็ลองหลีกเลี่ยง 10 ของขวัญต้องห้า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความเชื่อและวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

คนดังระดับโลก,เค้าประหยัดเงินกันยังไง

คนดังระดับโลก เค้าประหยัดเงินกันยังไง

คนดังระดับโลก เค้าประหยัดเงินกันยังไง

การมีรายได้สูงๆ หรือมีเงินเยอะๆ ไม่ได้หมายความว่าเราสามารถใช้เงินอย่างสุรุ่ยสุร่ายได้นะคะ เงินเยอะแค่ไหน ใช้ไม่เป็น เก็บไม่เป็น มีเท่าไหร่ก็หมด ขณะที่ดาราหลายๆ คนใช้เงินกับของแพงๆ หรูๆ กันเยอะ แต่ก็มีดาราหลายคนที่ระมัดระวังในการใช้จ่าย
และนี่ก็ตือ 5 สุดยอดวิธีประหยัด ของคนดังระดับโลกค่ะ

ใช้จ่ายอย่างประหยัด แม้รายได้สูง

สำหรับนักแสดงสาวเจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์ ที่โด่งดังเป็นพลุแตกจากบทบาทนักแสดงนำใน The Hunger Games ที่ตอนนี้มีรายได้สุทธิสูงถึง 60 ล้านดอลลาร์ฯ (สองพันกว่าล้านบาท) เธอยังคงขับรถ Chevy Volt ราคาล้านนิดๆ ขณะที่คนดังระดับเธอหลายๆ คนใช้รถหรูราคาแพงกว่าเป็นสิบเท่า ส่วนที่อยู่ของเธอก็ยังเป็นอพาร์ทเมนท์สามห้องนอนที่อยู่มานานหลายปีด้วยค่ะ

สำหรับสุดยอดนักลงทุนอย่างวอร์เรน บัฟเฟตต์ อย่างที่เราทราบกันดีว่าเขาเป็นมหาเศรษฐีดีๆ นี่เอง แต่ทุกวันนี้ เขายังใช้ชีวิตในบ้านหลังเดิมที่ซื้อมาหลายสิบปีก่อนในโอมาฮา และอาหารโปรดของเขาก็ไม่ใช่ของหรูหราอะไร ชีสเบอร์เกอร์บ้านๆ นี่

ฉลาดเลือกซื้อเสื้อผ้า
เคท มิดเดิลตัน ดัชเชสแห่งเคมบริดจ์ และสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐฯ มิเชลล์ โอบามา แฟชั่นไอคอนแห่งยุคทั้งสอง ชอบใช้เสื้อผ้าแบรนด์ระดับไฮเอนด์ แต่ก็ชอบเสื้อผ้าทั่วไปแบบลดราคาด้วยเหมือนกัน

นอกจากนี้ เคท มิดเดิลตันเอง ชอบจับของที่มีอยู่แล้วมามิกซ์แอนด์แมทช์ใส่ ก็จะได้ชุดใหม่ไฉไลสุดๆ แบบไม่ต้องเสียเงินเพิ่มด้วยค่ะ

ตั้งงบประมาณการใช้จ่าย
นักแสดงสาว ซูอีย์ เดส์ชาแนล หย่ากับอดีตสามี เบน กิบบาร์ด มีการเปิดเผยจากเอกสารทางศาลเกี่ยวกับนิสัยการใช้เงินที่มัธยัสถ์อย่างมากของเธอ โดยเธอใช้ระบบการตั้งงบประมาณการใช้จ่ายและแบ่งสรรปันส่วนออกดังต่อไปนี้

โทรศัพท์ มือถือ อีเมล — 300 ดอลลาร์ฯ
ค่าซักรีด — 500 ดอลลาร์ฯ
ค่าน้ำ ค่าไฟ — 800 ดอลลาร์ฯ
ค่าอาหารสดและของใช้ในบ้าน — 1,000 ดอลลาร์
ค่าเสื้อผ้า — 2,000 ดอลลาร์
เงินบริจาคการกุศล — 1,500 ดอลลาร์

แม้ตัวเลขเหล่านี้อาจจะดูสูงมาก เมื่อคิดเป็นเงินไทย แต่สำหรับดาราระดับเธอแล้ว ก็คงถือว่าเป็นการใช้จ่ายอย่างพอดีกับรายรับ มีแบบแผนตายตัว ฉะนั้น เวลาเราตั้งงบประมาณให้กับตัวเองในแต่ละเดือน เราก็ตั้งให้เหมาะกับรายรับเราด้วยนะคะ

เก็บเงินไว้ก่อน
เจย์ เลโน อดีตพิธีกรทอล์คโชว์ชื่อดัง “The Tonight Show” เปิดเผยว่า เมื่อตอนเขายังเด็กๆ เขาเคยทำงานสองที่พร้อมๆ กัน โดยทำที่สำนักงานขายรถฟอร์ด กับที่ McDonald’s เขาจะใช้เงินจากงานหนึ่ง และออมเงินที่ได้จากอีกงานหนึ่งทั้งหมด และทุกวันนี้เขาก็ทำอย่างนั้นอยู่ โดยเขาจะใช้เงินแค่จากการเป็นนักแสดงตลก ส่วนเงินที่ได้จากการทำรายการทีวี เขาจะไม่แตะเลย และนำไปออมอย่างเดียว

ไม่ได้ใช้แล้วก็ส่งต่อ
แองเจลินา โจลี่ นักแสดงสาวใจบุญที่รู้ดีว่า การเลี้ยงลูกน่ะค่าใช้จ่ายเยอะมาก ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่า ลูกคนเล็กของบ้านนี้ จะใส่เสื้อผ้าที่พี่ๆ เคยใส่ อะไรที่ยังดูดีอยู่ ไม่ขาด ไม่น่าเกลียด ไม่ซีดก็ส่งให้น้องๆ ใส่ต่อได้ไม่ต้องซื้อใหม่นั่นเองค่ะ

วิธีนี้นอกจากจะประหยัดแล้ว ยังเป็นการสอนลูกให้ประหยัด สอนให้เห็นคุณค่าของสิ่งของที่เรามี และเป็นการสอนให้รู้จักการแบ่งปันด้วย
ไม่ว่าตอนนี้เราจะมีรายได้เท่าไรก็ตาม ลองเอาวิธีที่คนดังเหล่านี้ใช้ในการประหยัดมาปรับให้เข้ากับวิถีชีวิตตัวเองกันดูนะคะ รับรองว่ามีเงินออมเยอะขึ้นแน่นอน มาสิ ช่วยเป็นกำลังใจค่ะ

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด,ใครอยากมีต้องอ่าน

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ใครอยากมีต้องอ่าน !

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ใครอยากมีต้องอ่าน !

หนึ่งในเครื่องมือการบริหารเงินในกระเป๋าที่คนเริ่มทำงานหลายคนมักจะมีติดกระเป๋าไว้เลยก็คือ บัตรกดเงินสด วัยเริ่มทำงานหลายคนอาจจะอยากมีบัตรกดเงินสดสักใบ แต่ไม่รู้ว่ามีวิธีไหนบ้าง วันนี้เราจะมาพาไปรู้จักบัตรกดเงินสด และวิธีสมัครบัตรกดเงินสด ที่เดี๋ยวนี้มีหลากหลายวิธีให้เลือกเหลือเกิน

เริ่มต้นกันที่ บัตรกดเงินสดคืออะไร
ก่อนที่เราจะไปดูวิธีสมัครบัตรกดเงินสด มาทำความเข้าใจกันก่อนดีกว่าว่า บัตรกดเงินสดคืออะไร มันคือบัตรที่มีวงเงินสำรองไว้ให้จำนวนหนึ่ง โดยเราสามารถนำบัตรกดเงินสดนี้มากดที่ตู้เอทีเอ็ม เพื่อนำเงินมาซื้อสินค้าหรือบริการที่เราต้องการ หรือจะสั่งให้โอนเงินเข้าบัญชีเราก็ได้ แล้วแต่ความต้องการ

เอกสารที่ใช้ในวิธีการสมัครบัตรกดเงินสด
วิธีสมัครบัตรกดเงินสด นั้นก็เหมือนกับเป็นการขอสินเชื่อ กู้ยืมเงินชนิดหนึ่ง ดังนั้นการสมัครบัตรเรื่องของเอกสารจะต้องชัดเจน ทั่วไปแล้วเอกสารที่ใช้ในการสมัครก็จะมี หนึ่งใบคำร้องขอมีบัตรเงินสด สองสำเนาบัตรประชาชน สามเอกสารแสดงรายได้ เช่น หนังสือรับรองเงินเดือน หรือสำเนาบัญชีธนาคาร

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ผ่านเจ้าหน้าที่(เซลล์)
อย่างที่เกริ่นไปว่า วิธีสมัครบัตรกดเงินสด เดี๋ยวนี้มีหลากหลายวิธีมาก แต่วิธีที่ทำกันมากที่สุดก็คือ การสมัครบัตรกดเงินสดผ่านเจ้าหน้าที่หรือเซลล์ ของสถาบันการเงินต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตามบูธ หรือพนักงานไปแนะนำที่ออฟฟิศ วิธีสมัครแบบนี้สะดวกดี แต่ต้องระวังเรื่องของมิจฉาชีพที่แฝงมาต้องดูกันให้ดี

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ด้วยตัวเอง ออนไลน์
ยุคสังคมโซเชียลออนไลน์แบบนี้ ทำให้เกิดวิธีสมัครบัตรกดเงินสดแบบใหม่ก็คือ การสมัครด้วยตัวเองออนไลน์ โดยผ่านเวปไซต์ของสถาบันการเงิน หรือจะโหลดแอพพลิเคชั่นก็ได้ วิธีนี้สะดวก รวดเร็ว ไม่ยาก แถมยังมีความเป็นส่วนตัวมากด้วย แต่วิธีนี้ยังเปิดใช้บริการแค่บางยี่ห้อเท่านั้น แต่ในอนาคตไม่แน่

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ผ่านทางไปรษณีย์
วิธีสมัครบัตรกดเงินสด หนึ่งที่ถือว่า คลาสสิคมากๆเลยก็คือ การสมัครผ่านไปรษณีย์ วิธีนี้ก็ไม่ยากเพียงแค่เรากรอกแบบฟอร์ม(โหลดจากเวปไซต์) จากนั้นก็ส่งเอกสารพร้อมหลักฐานไปทางไปรษณีย์ แล้วก็รอฟังผลอนุมัติถ้าผ่านเค้าจะส่งบัตรกดเงินสดกลับมาทางที่อยู่ในไปรษณีย์ที่เราแจ้งไว้

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ที่สถาบันการเงิน
วิธีสมัครบัตรกดเงินสด วิธีสุดท้ายที่เรามักจะทำกันเป็นส่วนใหญ่เลยก็คือ การไปสมัครบัตรกดเงินสดที่สถาบันการเงินนั้นเลย วิธีนี้เป็นวิธีที่ง่ายและสะดวกที่สุดแล้ว บางยี่ห้อหากเราไปสมัครด้วยตัวเองอย่างนี้ เราสามารถรอฟังผลการอนุมัติได้เลยหากผ่านใช้เวลาไม่นานก็สามารถเอาบัตรออกมาใช้ได้เลย

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด วิธีไหนดีกว่ากัน
จากวิธีสมัครบัตรกดเงินสด ที่มีหลากหลายถามว่าวิธีไหนดีกว่ากัน อันนี้ตอบได้เลยว่า วิธีสุดท้ายคือการไปสมัครด้วยตัวเองที่สถาบันการเงินจะเป็นวิธีที่รวดเร็ว และชัวร์ที่สุด เพราะวิธีนี้เราจะได้มีโอกาสพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วย การได้สัมภาษณ์ พูดคุย เกี่ยวกับรายได้ อาชีพของเราโดยตรง บัตรจะอนุมัติง่ายขึ้น

วิธีสมัครบัตรกดเงินสด ที่หลากหลายนั้น ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากความต้องการของสถาบันการเงินที่ต้องการขยายฐานลูกค้าไปได้ให้มากที่สุด หากเราเลือกวิธีสมัครด้วยตัวเองที่สาขาก็ไม่เท่าไร แต่การสมัครด้วยวิธีอื่น ผู้สมัครบัตรกดเงินสดควรจะดูให้รอบคอบว่าเป็นเจ้าหน้าที่จริงๆไหม เนื่องจากมีมิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาเยอะ

พ่อแม่ร่ำไห้! โผกอดลูกชายพร้อมให้อภัย ขอโทษตำรวจที่โกหก

พ่อแม่ร่ำไห้! โผกอดลูกชายพร้อมให้อภัย ขอโทษตำรวจที่โกหก

พ่อแม่ร่ำไห้! โผกอดลูกชายพร้อมให้อภัย ขอโทษตำรวจที่โกหก

(10 เม.ย.)  จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจพระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ช่วยเหลือเด็กชาย อายุ 14 ปี ต.โพนสูง อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์จาก อ.ด่านซ้าย มาตามหาพี่ชายที่กรุงเทพมหานคร เพื่อกลับไปเผาศพพ่อที่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย โดยได้นำตัวมาสอบถาม จน พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทราบเรื่อง และช่วยเหลือแนะนำเส้นทางในการเดินทาง ซื้อข้าวให้รับประทาน จัดหาหมวกกันน็อคให้ และให้เงินส่วนหนึ่งสำหรับเป็นค่าน้ำมันในการเดินทางกลับบ้าน สุดท้ายมาทราบเรื่องว่า เป็นการโกหก

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากพ่อแม่ของเด็กชายว่า ลูกชายของตนเองได้กลับมาที่บ้านแล้ว จึงได้เดินทางไปที่บ้าน พบพ่อหมอกำลังทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้เด็กชายอยู่ โดยพ่อ แม่ และญาติ นั่งทำพิธีอยู่

พ่อเด็กชาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าตนได้รับโทรศัพท์จากครูของลูกชายว่า พบลูกชายขับขี่รถจักรยานยนต์อยู่บริเวณทางเข้าพระบาทจำลอง เขตเทศบาลตำบลด่านซ้าย อ.ด่านซ้าย จึงได้เรียกหยุดและกักตัวไว้ หลังรับแจ้งได้รีบเดินทางไปรับลูกชายกลับบ้านทันที ซึ่งตนดีใจที่ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัย สิ่งที่ลูกชายพูดโกหกไปนั้น ได้สอบถามแล้ว ไม่ได้โกรธให้อภัยลูกเสมอ และดีใจมาก โดยในช่วงบ่ายได้เรียกพ่อหมอมาทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ลูกชาย เพื่อเรียกขวัญกลับมา

ด้าน แม่เด็กชาย เปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าพร้อมกอดลูกชายไปด้วยว่า ตนเองไม่ต้องการอะไร ลูกชายกลับมาอย่างปลอดภัยดีใจจนพูดไม่ออก ได้คุยกับลูกแล้ว ลูกชายสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนี้อีกแล้ว ส่วนสาเหตุที่ลูกชายหนีออกจากบ้านและต้องโกหก เนื่องจากถูกเพื่อนในแซทไลน์หลอกให้ไปกรุงเทพมหานครและโกหกตำรวจ ตรงนี้ต้องฝากขออภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจพระอินทร์ราชา จ.พระนครศรีอยุธยา ด้วย

ขณะที่ เด็กชาย เปิดเผยว่า สาเหตุที่ตนเองหนีออกจากบ้านโดยไม่บอกพ่อแม่นั้น เพราะตนได้รู้จักชายคนหนึ่งทางไลน์ โดยได้มีการชวนให้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ ได้เงินเยอะ งานสบาย จึงได้ตัดสินใจขับขี่รถจักรยานยนต์ไปกรุงเทพฯ เพื่อทำงานหารายได้ และส่วนหนึ่งส่งให้พ่อแม่ โดยนัดหมายกันที่บริเวณสวนลุมพินี

ตลอดการเดินทางชายคนดังกล่าว จะโทรมาถามตลอดเวลาว่าอยู่ถึงไหนแล้ว และขู่ไม่ให้บอกพ่อแม่ ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้ทำงาน ถ้าขับขี่จักรยานยนต์แล้วเจอตำรวจให้โกหกว่ามาตามหาพี่ชายกลับไปงานเผาศพพ่อ ตำรวจจะสงสารและไม่จับ จนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกจึงนึกคำพูดได้ ปรากฏว่าใช้ได้จริง จนเจ้าหน้าที่ตำรวจซื้อหมวกกันน็อค ซื้อข้าวให้กิน และให้เงินค่าน้ำมันมา

เด็กชาย เปิดเผยอีกว่า ตนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปหาชายดังกล่าวที่สวนลุมพินี แต่ขับขี่หลงทางไปบางกะปิ และติดต่อชายดังกล่าวไม่ได้ จึงตัดสินใจขับขี่รถกลับบ้าน จนมาถึงบ้านตอนเช้า ส่วนสาเหตุที่ไม่สามารถติดต่อชายดังกล่าวได้ เนื่องจากในโลกโซเซียลกระจายข่าวของตนเองไปเป็นวงกว้าง จนทำชายดังกล่าวปิดบล็อกไลน์ไป โดยตนต้องขอกราบอภัยพ่อแม่ด้วย ที่ตัดสินใจกระทำลงไปโดยไม่ได้บอกพ่อแม่ ซึ่งจะไม่ทำให้พ่อแม่เสียใจอีก จะตั้งใจเรียน และเป็นลูกที่ดีของพ่อแม่ และขอโทษเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยที่ต้องโกหก

หนุ่มใหญ่บ่นร้อนจัด กินน้ำแก้วเดียวช็อกดับกลางแจ้ง

หนุ่มใหญ่บ่นร้อนจัด กินน้ำแก้วเดียวช็อกดับกลางแจ้ง

หนุ่มใหญ่บ่นร้อนจัด กินน้ำแก้วเดียวช็อกดับกลางแจ้ง

ชายวัย 52 บ่นร้อนจัด เดินมาขอน้ำร้านค้าริมถนนกิน ชาวบ้านรู้อีกทีเป็นศพ คาดช็อกเพราะลมแดด

(10 เม.ย.) เวลาประมาณ 16.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรลานสัก อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี ได้รับแจ้งทางวิทยุจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยอุทัยธานี ว่ามีผู้นอนเสียชีวิตอยู่หน้าร้านขายของชำริมถนนบริเวณจุดบ่อแยกน้ำทางเข้าหมู่บ้านเพชรน้ำผึ่ง จึงพร้อม น.พ.อนุสรณ์ แนบเนียน แพทย์เวรโรงพยาบาลลานสัก

ที่เกิดเหตุบริเวณหน้าร้าน พบศพ นายไสว อายุ 52 ปี นอนเสียชีวิต ตามร่างกายไม่พบรอยบาดแผล พบแก้วน้ำว่างอยู่ 1 ใบ และรองเท้าของผู้ตาย

ภรรยาเจ้าของร้าน กล่าวว่า ขณะตนเองขายของอยู่ในร้าน ผู้ตายได้เดินมาหาบ่นว่า ร้อนจัด และได้ขอน้ำดื่ม หลังดื่มน้ำสักครู่ ผู้ตายได้นอนลงหน้าประตู ตนเองก็คิดว่าผู้ตายนอนหลับ จึงไม่ได้สนใจ จนสามีกลับมาเห็นผู้ตายนอนอยู่จึงเข้าไปเรียก แต่กลับพบว่าเสียชีวิตแล้ว จึงโทรศัพท์แจ้งอาสาสมัครกู้ภัย และเจ้าหน้าที่ตำรวจ มาตรวจสอบดังกล่าว

นายแพทย์อนุสรณ์ แนบเนียน แพทย์เวร รพ.ลานสัก กล่าวว่า อุณหภูมิในร่างกายสูง ประกอบกับสภาพอาการร้อนจัด ทำให้ผู้ตายกระหายน้ำ เมื่อดื่มน้ำเข้าไป คาดว่าเกิดอาการช็อก หรือเรียกว่าโรคลมแดด อย่างไรก็ตามจะได้นำร่างผู้เสียชีวิตไปตรวจสอบที่โรงพยาบาลอีกครั้ง