SMEsแบงก์ ตั้งคนนอก สอบปล่อยกู้ “บริษัท ชินวัตรไทย จำกัด”

SMEsแบงก์ ตั้งคนนอก สอบปล่อยกู้ "บริษัท ชินวัตรไทย จำกัด"

SMEsแบงก์ ตั้งคนนอก สอบปล่อยกู้ “บริษัท ชินวัตรไทย จำกัด”

นายมงคล ลีลาธรรม กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว. หรือ SME Development Bank) กล่าวถึง กรณีการแถลงข่าวของนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ขอให้พิจารณาความผิดของคณะกรรมการ ธพว. ปี 2545 ที่ได้อนุมัติสินเชื่อให้กับ บริษัท ชินวัตรไทย จำกัด ของนายพายัพ ชินวัตร ขณะที่ถูกฟ้องล้มละลายแล้ว และคณะกรรมการ ธพว. ปี 2558 ที่ละเว้นการฟ้องอาญานายพายัพ ชินวัตร จากการรื้อถอนหลักประกัน และนำลูกหนี้ออกประมูลขายในราคาต่ำกว่าเงินต้นนั้น

ทั้งนี้ ในกรณีดังกล่าวทาง ธพว. ไม่ได้ละเลยหรือนิ่งนอนใจ ขณะนี้ นายสมชาย หาญหิรัญ ประธานกรรมการ ธพว. ได้สั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว โดยมี นายเกรียงไกร รักษ์กุลชน ผู้ทรงคุณวุฒิภายนอก เป็นประธานตรวจสอบข้อเท็จจริง และพิจารณาความเสียหายเพื่อดำเนินการและหาแนวทางแก้ไขต่อไป

เปิดข้อมูล 4 อุตสาหกรรมใหม่ที่จะมาปฏิวัติอุตสาหกรรมปัจจุบัน

เปิดข้อมูล 4 อุตสาหกรรมใหม่ที่จะมาปฏิวัติอุตสาหกรรมปัจจุบัน

เปิดข้อมูล 4 อุตสาหกรรมใหม่ที่จะมาปฏิวัติอุตสาหกรรมปัจจุบัน

เทคโนโลยีในโลกยุคปัจจุบันถือว่าก้าวหน้าอย่างมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่พัฒนาในช่วงระยะเวลาไม่กี่ปีมานี้ ซึ่งการพัฒนนาอย่างก้าวกระโดดนี้เองที่ทำให้เกิดผลกระทบต่างๆ มากมาย ทั้งในด้านบวกและด้านลบ แต่ที่แน่ๆ หลากหลายอุตสาหกรรมเริ่มมีการปรับตัวเพื่อให้สามารถเข้าได้กับยุคที่เราเรียกว่า “ยุคดิจิตอล”

แน่นอนว่าการเปิดประมูลคลื่นความถี่ 3G และ 4G เป็นแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ที่ทำให้เกิดหารพัฒนาในหลายๆด้าน หนึ่งในนั้นคือการนำเทคโนโลยีการเชื่อมต่อมาพัฒนาในการบริหารจัดการ บางครั้งยังรวมไปถึงการทำการตลาดอีกด้วย ซึ่งวันนี้เรามี 4 อุตสาหกรรมที่กำลังจะก้าวสู่ยุคแห่งการปฏิวัติหลังเทคโนโลยีก้าวล้ำหน้ามาไกลมาก

1. อุตสาหกรรมบ้านอัจฉริยะ
ชื่อนี้หลายคงเคยคุ้นหูกันมาบ้าง ซึ่งบ้านอัจฉริยะหรือ Smart Home เป็นอุตสาหกรรมที่ได้รับความนิยมมากในต่างประเทศ เนื่องจากโครงสร้างในการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตสามารถเข้าถึงได้ในทุกครัวเรือน แถมยังเป็นอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง นั่นจะทำให้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้านสามารถเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตและเจ้าของบ้านยังสามารถควบคุมการใช้อุปกรณ์ต่างๆ ภายในบ้าน แม้จะอยู่คนละซีกโลกก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นระบบแสงสว่าง ระบบทำความเย็น ระบบความปลอดภัย เป็นต้น

อุตสาหกรรมบ้านอัจฉริยะไม่ได้หมายถึงแค่อุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน แต่ยังหมายรวมถึงอุปกรณ์ในการผลิตไฟฟ้าอย่าง โซลาร์เซลล์ เป็นต้น และเทรนด์ความต้องการบ้านอัจฉริยะนับวันจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอินเตอร์เน็ต โดยคาดว่าในปี 2022 จะมีมูลค่าตลาดรวมสูงถึง 7.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และจะมีอัตราเติบโตต่อปีอยู่ที่ 12.46%

2. อุตสาหกรรมการนอน
ปัญหาอย่างหนึ่งของคนในยุคปัจจุบันคือปัญหาการนอนไม่หลับ หรืออาจจะหลับแต่ไม่เพียงพอ ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาวะความเครียดจากภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน หรือการทำงาน นั่นจึงทำให้การสร้างสรรค์เทคโนโลยีเพื่อการนอนจึงเกิดขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นอาการหยุดหายใจขณะหลับ เป็นอีกประเด็นที่มีการพูดถึงมาก เทคโนโลยีด้านการนอนจะเข้ามามีบทบาทอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเก็บค่าสถิติรวมไปถึงการวัดค่าต่างๆ ขณะหลับ

ในต่างประเทศอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเหตุผลมาจากปัญหาด้านสุขภาพในการนอน โดยเชื่อว่าในปี 2019 อุตสาหกรรมการนอนจะมีมูลค่าสูงถึง 7.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีอัตราเติบโตต่อปีอยู่ที่ 5.6% ขณะที่อุตสาหกรรมการนอนสำหรับผู้ที่หยุดหายใจขณะหลับจะมีอัตราเติบโตอยู่ที่ราว 11.3% ต่อปี

 

3. อุตสาหกรรมร้านค้าปลีก
เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังเข้าสู่ยุคการปฏิวัติด้วยการมาของ e-Commerce ซึ่งปัจจุบันร้านค้าปลีกดั้งเดิมหรือที่รู้จักในชื่อร้าน “โชว์ห่วย” กำลังจะตายลงอย่างสนิท เพราะการมาของ e-Commerce จะเป็นคลื่นวิวัฒนาการรอบที่ 2 ที่โถมใส่ร้านค้าเหล่านี้ หลังคลื่นระลอกแรกเกิดขึ้นจากการเข้ามาของห้างดิสเค้าน์สโตร์และร้านคอนวิเนี่ยนสโตร์ การเข้ามาของ e-Commerce จะทำให้ร้านค้าดั้งเดิมเหล่านั้นต้องพัฒนารูปแบบร้าน รวมถึงการให้บริการในรูปแบบใหม่ๆ

 

4. อุตสาหกรรมการเดินทาง
เมื่อการเชื่อมต่อความเร็วสูงไร้สายอย่างในสมาร์ทโฟนเติบโต การเชื่อมต่อข้อมูลก็ยิ่งทำได้สะดวกรวดเร็วมายิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อกับสัญญาณ GPS ที่ช่วยให้เห็นเส้นทางในการเดินทางได้อย่างชัดเจน ปัจจุบันเราจะเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้จากการใช้บริการรถสาธารณะอย่าง Uber, Grab เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อการปฏิวัติอุตสาหกรมท่องเที่ยวไปในตัว

นั่นเป็นเพราะการเชื่อมต่อที่รวดเร็วสามารถช่วยให้จองห้องพักได้อย่างง่ายดาย หรือแม้แต่การจองเที่ยวบินก็สามารถทำได้บนสมาร์ทโฟน ทั้งที่ในอดีตอาจต้องซื้อผ่านตัวแทนหรือจุดให้บริการ และอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่กำลังจะได้รับผลกระทบตามคืออุตสาหกรรมนำเที่ยว เพราะปัจจุบันการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่คือการศึกษาสถานที่ท่องเที่ยวแต่ละที่ กำหนดจุดที่ท่องเที่ยวและที่พัก จากนั้นก็ให้ GPS นำทาง โดยทั้งหมดทำได้ง่ายผ่านสมาร์ทโฟน

แนวโน้มโรงแรมผิดกฎหมายผุดเพิ่มกว่า 10,000 แห่ง มท.เตรียมใช้กฎหมายใหม่จัดระเบียบ

แนวโน้มโรงแรมผิดกฎหมายผุดเพิ่มกว่า 10,000 แห่ง มท.เตรียมใช้กฎหมายใหม่จัดระเบียบ

แนวโน้มโรงแรมผิดกฎหมายผุดเพิ่มกว่า 10,000 แห่ง มท.เตรียมใช้กฎหมายใหม่จัดระเบียบ

กระทรวงมหาดไทยเผย การเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวส่งผลให้โรงแรมผิดกฎหมายเกิดขึ้นกว่า 10,000 แห่ง โดยประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่เพื่อจัดระเบียบ

วานนี้ (22 ก.ย.2559) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สมาคมโรงแรมไทย ระบุว่า การท่องเที่ยวที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะโรงแรมที่ไม่มีใบอนุญาติประกอบการเพิ่มขึ้นจำนวนมาก รวมถึง อพาร์ทเม้นต์ คอนโดมิเนียมให้เช่ารายวัน ซึ่งเข้าข่ายธุรกิจโรงแรมผิดกฎหมาย จึงต้องเร่งแก้ปัญหาเพราะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว พร้อมเสนอให้มีการแก้ไข พ.ร.บ.โรงแรม พ.ศ.2547 เพิ่มโทษผู้กระทำผิดจาก 1 ปี เป็น 5 ปี ปรับ 20,000 – 200,000 บาท

นายบัณฑูร นริศรางกูร ผู้อำนวยการส่วนรักษาความสงบเรียบร้อย กระทรวงมหาดไทย ระบุว่า โรงแรมที่เข้าข่ายผิดกฎหมายมี 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่ขอใบอนุญาตไม่ได้เพราะแต่ติดปัญหากฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร และกลุ่มที่เจตนากระทำผิด ซึ่งแนวโน้มโรงแรมผิดกฎหมายเพิ่มจาก 3,710 แห่ง เมื่อปี 2554 เป็นกว่า 10,000 แห่ง และมากกว่าโรงแรมถูกกฎหมายที่มีเพียง 10,300 แห่ง จึงมีการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับใหม่เพื่อให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบที่ถูกต้องมากขึ้น

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า ธุรกิจโรงแรม เป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ให้การท่องเที่ยวร้อยละ 30-40 จึงต้องดำเนินการให้ถูกกฎหมายซึ่งส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว ส่วนการแก้ปัญหาทัวร์ศูนย์เหรียญ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้ลงนามความร่วมมือกับตัวแทนรัฐบาลจีนเพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นระบบ และกลางเดือนหน้าจะเดินทางไปจีนเพื่อชี้แจงผู้ประกอบการและมีการตกลงเกี่ยวกับราคาเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมสำหรับนักท่องเที่ยว

PDCA ของการลงทุน

PDCA ของการลงทุน

PDCA ของการลงทุน

by Trawut Luangsomboon

จริงๆแล้ว การลงทุนให้ประสบความสำเร็จนั้น ก็ไม่ได้แตกต่างจากการทำธุรกิจ (หรือกิจกรรมอื่นๆ) ให้ประสบความสำเร็จสักเท่าไหร่ หลักการพื้นฐานทั้งหมดก็คือ PDCA หรือ Plan, Do, Check, Act ที่ทุกคนเคยได้ยินมากันตั้งแต่เด็กแล้ว เพียงแค่นั้นเอง

Plan: วางแผน
Do: ลงมือทำ
Check: ติดตาม ตรวจสอบ วัดผล
Act: หาวิธีปรับปรุงให้ดีขึ้น

ซึ่งคนส่วนมากเวลาจะทำโปรเจ็คต่างๆให้สำเร็จก็ทำตาม PDCA นี้ได้โดยง่าย แต่พอมาเป็นเรื่องการลงทุนในตลาดหุ้นแล้ว logic ที่เรียบง่ายเหล่านี้กลับหายไปหมด

ลองถามตัวเองดูก็ได้ว่า เราได้เคยวางแผนลงทุนไว้บ้างไหม เราลงทุนโดยใช้หลักการอะไรบ้าง ลงทุนแล้วเป็นอย่างไร ได้ผลแค่ไหน ดีกว่า benchmark อะไรบ้าง และเราจะลงทุนให้ดีขึ้นได้อย่างไร

เท่าที่สัมผัสมา คนส่วนมากที่เสียเงินให้ตลาดหุ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า (หรือไม่สามารถสร้างความมั่งคั่งให้เพิ่มขึ้นได้มากนัก) มักจะโดดเข้าไปซื้อขายหุ้นเพียงอย่างเดียวโดยไม่เคยมีแผนการ ไม่มีหลักการ ไม่รู้ว่าจะวัดผลยังไง และไม่รู้จะลงทุนยังไงต่อ สุดท้ายแล้ว ก็ปล่อยให้เรื่องกำไรขาดทุนเป็นเรื่องของจังหวะและโชคชะตาเท่านั้นเอง ไม่มีการเรียนรู้และพัฒนาทักษะการลงทุนใดๆเกิดขึ้นเลย แม้บางคนจะลงทุนมาแล้วหลายปีก็ตาม

คนส่วนมากขาดรูปแบบวิธีการวัดผลตอบแทนการลงทุนที่ถูกต้องและเป็นระบบ หรือที่แย่ยิ่งกว่าก็คือ หลายๆคนไม่เคยมีการเก็บข้อมูลและวัดผลตอบแทนการลงทุนเป็นรูปธรรมเลย ทำให้
● บางคนอาจจะดีใจกับการกำไร 100% จากหุ้นบางตัวภายในเวลา 1 เดือน แต่ลืมดูไปว่าครั้งอื่นๆขาดทุนแค่ไหน และทั้งปีผลตอบแทนโดยรวมของทั้งพอร์ตดีกว่าดัชนีแค่ไหน เติบโตได้ตามที่วางแผนหรือเปล่า เป็นต้น

● บางคนไม่เคยมีการแยกบัญชีเงินส่วนตัวกับบัญชีการลงทุนกันให้ชัดเจน ทำให้เงินสดปนกันมั่วไปหมด ก็ไม่สามารถวัดผลตอบแทนได้เช่นเดียวกันว่า แต่ละปีลงทุนได้ดีแค่ไหน

● บางคนไม่เคยรู้เลยว่า ในการลงทุน 10 ครั้ง ขาดทุนกี่ครั้ง กำไรกี่ครั้ง ขาดทุนเฉลี่ยครั้งละกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินเท่าไหร่ กำไรเฉลี่ยครั้งละกี่เปอร์เซ็นต์ เป็นเงินเท่าไหร่

● บางคนไม่รู้เลยว่า กำลังถือหุ้นแต่ละตัวเป็นสัดส่วนกี่เปอร์เซ็นต์ เงินจำนวนมากของพอร์ตอยู่ในหุ้นที่มีความมั่นใจมากแค่ไหน พอร์ตโดยรวมมีความเสี่ยงมากน้อยแค่ไหน

● บางคนไม่เคยรู้เลยว่า หุ้นตัวไหนที่เคยทำกำไรได้สูงเป็นพิเศษ เพราะอะไร? หุ้นตัวไหนที่เคยขาดทุนมากเป็นพิเศษ เพราะอะไร?

การ Check, Act ที่ดีนั้น คือ การมองที่ผลตอบแทนรวมของพอร์ตการลงทุน หรือ ภาพรวมของรูปแบบการลงทุน เพื่อให้เราเข้าใจรูปแบบการลงทุนของตนเองและตัดสินใจลงทุนได้ดีขึ้นเรื่อยๆนั่นเอง
ยิ่งเรามีระบบในการทำ Check, Act ที่ดีเท่าไหร่ เราก็จะยิ่ง Plan, Do ได้ดีมากขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายเมื่อทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้ว การลงทุนของเราก็จะง่ายและสนุกขึ้นอีกเยอะ
ปล. ตอนที่ Warren Buffett เปิดห้างหุ้นส่วนเพื่อการลงทุนแรกๆนั้น ตั้งเป้าหมายแค่เพียงว่า ให้ผลตอบแทนการลงทุนชนะดัชนีตลาดทุกปี ก็พอแล้ว ซึ่งด้วยการตั้งเป้าหมาย การลงมือทำ การวัดผล และการพัฒนารูปแบบการลงทุนที่ดี ก็ทำให้ Warren Buffett สามารถทำผลตอบแทนชนะดัชนีได้เกือบทุกปีเป็นระยะเวลากว่า 50 ปี และกลายมาเป็นตำนานของนักลงทุนในปัจจุบัน

ตลาดเกษตรดิจิทัล14วันเงินสะพัดแล้ว25ล้าน

ตลาดเกษตรดิจิทัล14วันเงินสะพัดแล้ว25ล้าน

ตลาดเกษตรดิจิทัล14วันเงินสะพัดแล้ว25ล้าน

ตลาดเกษตรดิจิทัล 14 วัน เงินสะพัดแล้วเฉียด 25.7 ล้านบาท จากผลไม้ อาหารปรุงสุก และผ้า

นางบริสุทธิ์ เปรมประพันธ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยถึงกระแสตอบรับการจัดงาน “ตลาดเกษตรดิจิทัล” ภายใต้แนวคิด “เทคโนโลยีดิจิทัลก้าวไกล การเกษตรไทยก้าวหน้า” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5 – 25 กันยายน นี้ ที่บริเวณด้านข้างทำเนียบรัฐบาลว่าจากการจัดงานมาแล้ว 14 วัน คือระหว่างวันที่ 5 – 18 กันยายน ที่ผ่านมา มีประชาชนตอบรับและให้ความสนใจเข้าร่วมชมงานเป็นอย่างมาก มียอดผู้เข้าร่วมชมงานกว่า 100,000 คน มีเงินสะพัดแล้วเกือบ 25.7 ล้านบาท โดยมีสินค้าหรือบริการที่มียอดจำหน่ายสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.)สหกรณ์การเกษตรทุ่งควายกิน จำกัด ประเภทผลไม้ 2.)Origi rice ประเภทพืชผัก 3.) ร้านทุเรียนทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ประเภทผลไม้ 4.)วิสาหกิจชุมชน ทอผ้าหมัดหมี่จังหวัดกาฬสินธุ์ ประเภทผ้าและผลิตภัณฑ์ และ 5.)เสรีฟาร์มไก่ย่างเขาสวนกวาง ประเภทอาหารปรุงสุก

ก.แรงงานขอร่วมแจ้งพบต่างด้าวแย่งอาชีพ

ก.แรงงานขอร่วมแจ้งพบต่างด้าวแย่งอาชีพ

ก.แรงงานขอร่วมแจ้งพบต่างด้าวแย่งอาชีพ

รมว.แรงงาน ขอความร่วมมือหากพบแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย ให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวของเร่งดำเนินการจับกุม

พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยความคืบหน้าการแก้ปัญหาแรงงานต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย กับ สำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ได้มีการประสานความร่วมมือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของคนต่างด้าวแย่งอาชีพคนไทย เนื่องจากวัตถุประสงค์การนำคนงานต่างด้าวเข้ามาในประเทศ เพื่อทำงานเป็นลูกจ้าง ซึ่งคนต่างด้าวเหล่านั้นจะต้องมีนายจ้าง ไม่สามารถที่จะประกอบอาชีพเองได้

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว กระทรวงแรงงาน จะเร่งดำเนินการแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วน ทั้งการกำหนดมาตรการระยะสั้นและระยะยาว อาทิ จัดชุดเฉพาะกิจเพื่อออกตรวจสอบ ปราบปราม จับกุมดำเนินการคดีแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาแย่งอาชีพคนไทย โดยตั้งเป้าไม่น้อยกว่า 5 ครั้งต่อเดือน การจัดตั้งชุดเฉพาะกิจจำนวน 6 ชุด ในโครงการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันการค้ามนุษย์ด้านแรงงานต่างด้าว เพื่อออกตรวจสอบ ปราบปรามจับกุมดำเนินคดีเช่นกัน

รวมไปถึงจะเร่งการทำการประชาสัมพันธ์ ไปยังทุกภาคส่วน ถ้าหากพบเห็นคนต่างด้าวประกอบอาชีพในกลุ่มที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวทำ อาทิ ค้าขาย รปภ. ธุรกิจท่องเที่ยว ให้แจ้งเบาะแสมายังกระทรวงแรงงาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งดำเนินการจับกุมอย่างเร่งด่วน เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย

แชร์สนั่น ! เผยเทคนิคลดดอกเบี้ยเงินกู้

แชร์สนั่น ! เผยเทคนิคลดดอกเบี้ยเงินกู้

แชร์สนั่น ! เผยเทคนิคลดดอกเบี้ยเงินกู้

แชร์กันสนั่น เทคนิคลดดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน ครบ 3 ปี เดินไปแบงก์ขอลดดอกเบี้ย ได้จริง สามปีไปครั้ง จะผ่อนภาระได้มาก

ดร.สมเกียรติ  โอสถสภา เขียนในเฟซบุ๊กส่วนตัว Somkiat Osotsapa เปิดเผยเทคนิคการขอลดดอกเบี้ยเงินกู้จากธนาคาร โดยเฉพาะดอกเบี้ยเงินกู้บ้าน หรือที่อยู่อาศัย แนะเมื่อกู้เงินครบสามปีให้ไปขอลดดอกเบี้ยลงจะสามารถลดดอกเบี้ยลงต่ำ 1.5 – 1.75 % โดยมีรายละเอียดดังนี้

ขอลดดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร
=======================================
ถ้าคุณไปกู้เงินซื้อบ้านไว้แล้ว เมื่อครบสามปี ต้องไปติดต่อขอลดดอกเบี้ยครับ จะได้ดอกเบี้ยต่ำลง 1.5-1.75% บอกไว้เมื่อหลายวันก่อน
อย่าลืมนะครับ สามปีไปครั้ง บ้านที่คุณผ่อนชำระ จะหมดภาระก่อนกำหนดเร็วมาก
ดอกเบี้ยซื้อบ้านลดทั้งต้นและดอก ต่างจากการกู้ซื้อรถยนต์ คุณจะประหยัดได้เป็นล้านบาท มีคนบอกว่าลดลงได้ถึงหนื่งในสาม
———————
ถ้าคุณไปขอกู้เงินผ่อนบ้าน ตรวจสอบว่าคุณได้ดอกเบี้ยต่ำกว่าดอกเบี้ยขั้นต่ำ MLR หนึ่งเปอร์เซนต์ ถ้าให้เท่า MLR อย่าเอาครับ
หลายปีมานี้ ดอกเบี้ย MLR ลดจาก 8.5ลงมาเหลือ 6.23 ธนาคารประกาศดอกเบี้ย MLR บ่อยครับ ติดตามว่าธนาคารลดดอกเบี้ยให้คุณตามMLR ที่ลดลง
จากที่ดอกเบี้ยขั้นต่ำลดลงสองเปอร์เซนต์ คุณหาแหล่งเงินกู้ได้ต่ำกว่า MLR หนึ่งเปอร์เซนต์ และขอลดดอกได้อีก 1.5-1.75% ดอกลดลงตั้ง 4.5% เงินเยอะนะครับ
สมมติว่าคุณกำลังจ่ายดอกที่ MLRลบหนื่ง ตอนนี้ MLR อยู่ที่6.23 คุณจ่ายที่ 5.23 คุณไปขอลดดอกเบี้ยได้อีก 1.5 คุณจะจ่ายอยู่ที่เกือบสี่เปอร์เซนต์เท่าสมาชิกสหกรณ์จุฬา
ไม่ต้องห่วงธนาคารครับ ดอกเบี้ยเงินฝากตอนนี้ต่ำมาก ยิ่งเอาเงินออกมา ดอกถึงหนื่งเปอร์เซนต์หรือเปล่า
คุยกับธนาคารเรื่องดอกเบี้ยเป็นเรื่องปกติครับ
————————————–
ใช้ประโยชน์จากข้อมูลนี้ จะลดรายจ่ายคนที่กู้เงินซื้อบ้าน ซื้อคอนโด ราวสองล้านล้านบาท ทั่วประเทศ
สร้างความสุขให้ประชาชนได้มาก
ถ้าแบงค์ชาติจะช่วยเผยแพร่ข้อมูล จะเป็นที่รักของประชาชน
โพสท์นี้ลงหลายครั้ง มาร่วมสี่ปี อยากให้รู้ สนใจกันทั้งประเทศ แชร์กันมากมาย คนได้ประโยชน์มากมาย
ดีใจจัง
———————————
Jeerapat Ruengronghiranya ใช้บริการ UOB กับดอกเบี้ย 4.37% ณ ปัจจุบันครับ อีก 6-7 เดือนจะครบ 3 ปีก็เตรียมจะไปขอลดดอกครับ เงื่อนไขแรกที่จะได้ลดก่อนแรกก็คือต้องมียอดเงินต้นคงเหลือไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท หุหุยังเข้าเงื่อนไขกับทางแบงค์ครับแต่ไม่รู้ว่าจะมีอะไรตามมาอีกหรือเปล่า
——————————
Tharawit Sirichan ผมใช้ของ ธอส. ตอนทำเรื่องกู้ สัญญาเขียนหากประวัติชำระดี ครบสองปีสามารถทำเรื่องขอลดดอกเบี้ยได้ พอขึ้นปีที่สามดอกฯ เลยลดจาก 5.75 เหลือ 4.5 ค่อยยังชั่วหน่อย มีบทเรียนคือควรรีบไปทำเรื่องไว้ก่อน เพราะของผมใช้เวลาทำเรื่องนาน 3 เดือน (มีสามเดือนที่ต้องจ่ายดอกฯ 5.75)
—————————————————
Supakit Tippayanate ตอนนี้ดอกเบี้ยกู้บ้านผม 3.5% ต่อปี เพราะก่อนรีไฟแนนซ์ผมไปธนาคารทุกที่ มีโปรพิเศษอะไรบ้างเอามาให้หมด จนรวบรวมได้เกือบทุกธนาคารครับ สุดท้ายไปลงที่ ธอส. ที่มีดอกเบี้ย refinance ดีสุดมีสวัสดิการลดเพิ่มให้พนักงานบริษัทด้วยครับ ตอนนั้นถ้าจำไม่ผิดดอกประมาณ 4% ลดสวัสดิการพนักงานอีกเป็น 3.75% ผมก็ไปขอเอกสารกับที่เก่าครับคือ KTB เค้าก็บอกว่าเอา ref. มาครับคือเอกสาร refinance ของ ธอส. หลังจากนั้นเค้าก็ทำเรื่องปรับดอกให้ผมเลยครับ ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มซักบาท ดอกเบี้ยประหยัดได้หลายหมื่นครับ
สรุปสั้นๆ หาดอกเบี้ยที่ถูกสุด ไปคุยกับธนาคารเดิมว่าเราลูกค้าชั้นดีนะ มีการจ่ายทุกงวด มีตัดต้นด้วย ยังไงธนาคารเดิมเค้าอยากรักษาลูกค้าไว้อยู่แล้วครับ
ปล. ที่เหลือ 3.5 เพราะธนาคารประกาศลดดอกเบี้ยอีก 0.25 ครับเมื่อต้นปี
———————————————————-
Pongsit Chanapai ไปคุยกับธนาคารอื่นเรื่องขอrefinance ก่อนครับ ดอกมันจะถูกกว่าขอลดดอกเบี้ยกับธนาคารเดิม แต่จะโดนธนาคารเดิมคิดค่าปรับเมื่อขอย้ายเจ้าหนี้ กรณีนี้ เอาดอกเบี้ยใหม่ที่เราไปคุยไว้หลายๆธนาคาร มาโชว์เจ้าหนี้เดิม ถ้าดอกเบี้ยที่ใหม่ต่ำกว่าที่เก่ามากจนคุ้มกับค่าปรับ บอกเลยว่า ถ้ามึงไม่ลดให้กูต่ำๆแบบนี้ กูไปแน่ 5555 ธนาคารอยู่ได้ด้วยดอกเรา เราเป็นนายมันครับ อัดมันหนักๆ
ลูกหนี้ชั้นดีเป็นพ่อทุกธนาคารครับ

ขอบคุณ ข้อมูลและภาพจาก เฟซบุ๊ก Somkiat Osotsapa

สศอ.จ่อดัน3อุตฯเพิ่มขีดความสามารถ

สศอ.จ่อดัน3อุตฯเพิ่มขีดความสามารถ

สศอ.จ่อดัน3อุตฯเพิ่มขีดความสามารถ

สศอ. เตรียมดัน 3 อุตสาหกรรมอนาคตเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศขึ้นสู่ประเทศรายได้สูง ชงเสนอ ครม. ปลายปีนี้

นายวีรศักดิ์ ศุภประเสริฐ รองผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม หรือ สศอ. เปิดเผยถึงผลการศึกษาการผลักดันประเทศไทยก้าวสู่ประเทศรายได้สูง ผ่านยุทธศาสตร์ 3 อุตสาหกรรม ว่า สศอ. ได้ทำการศึกษาอุตสาหกรรมอนาคตที่มีศักยภาพในการทำให้ประเทศไทย ก้าวข้ามกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ผ่านการสร้างขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศ สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าสินค้าตามยุทธศาสตร์ไทยแลนด์ 4.0 ผ่านอุตสาหกรรมอาหารสำหรับอนาคต อุตสาหกรรมเทคโนโลยีชีวภาพและอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอากาศยานและซ่อมบำรุง เนื่องจากมองว่าทั้ง 3 อุตสาหกรรมมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี มีความสามารถในการแข่งขันหากมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และมีการร่วมมือกับประเทศหุ้นส่วนหรือพาสเนอร์ ซึ่งประเทศที่เหมาะสมประกอบไปด้วย บรูไน มาเลเซียและสิงคโปร์ เพื่อสร้างความเข้มแข็งในการแข่งขันกับประเทศรายใหญ่ของโลกได้ ซึ่งภายหลังจากการศึกษาเสร็จสมบูรณ์แล้ว จะจัดทำเป็นแผนยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมอนาคต เพื่อนำข้อมูลและรายละเอียดการศึกษาซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงปลายปี เสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ ความร่วมมือกันของประเทศหุ้นส่วนใน 3 อุตสาหกรรม เบื้องต้นอาจจะต้องมีการเจรจากรอบความร่วมมือแบบทวิภาคี ส่วนการลงทุนจะใช้ประเทศใดนั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของอุตสาหกรรมนั้นๆ

ตลท.จัดงานThailand Focus 2016

ตลท.จัดงานThailand Focus 2016

ตลท.จัดงานThailand Focus 2016

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดงาน Thailand Focus 2016 “A New Growth Strategy” บริษัทจดทะเบียนตอบรับเข้าร่วมกว่า 140 บริษัท

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า Thailand Focus 2016 เป็นงานสัมมนาประจำปีที่จะมีผู้ลงทุนสถาบันทั้งในประเทศและต่างประเทศจำนวนมากเดินทางมาพบกับบริษัทจดทะเบียนของไทย มีบริษัทจดทะเบียนได้ให้ความสนใจและตอบรับเข้าร่วมงานครั้งนี้ถึงกว่า 140 บริษัท จากทุกกลุ่มอุตสาหกรรมทั้งบริษัทขนาดใหญ่ กลาง ไปจนถึงขนาดเล็ก และ บจ. ใน mai โดยมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมถึง 11.75 ล้านล้านบาท คิดเป็นเกือบ 77% ของมูลค่ารวมของตลาด (ข้อมูล ณ 22 ส.ค. 2559) ซึ่งในปีนี้เป็นการจัดภายใต้แนวคิด “A New Growth Strategy” ที่จะแสดงถึงศักยภาพของประเทศและตลาดทุนไทย โดยมี นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษเกี่ยวกับนโยบายของภาครัฐในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

ขณะที่ นางพัชนี ลิ่มอภิชาต กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทหลักทรัพย์ ภัทร จำกัด (มหาชน) บริษัทในกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า บล. ภัทร มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นหนึ่งในผู้จัดงาน Thailand Focus อีกครั้งในปีนี้ และการที่ผู้จัดการกองทุนจากทั้งในเเละต่างประเทศได้ร่วมลงทะเบียนแสดงความประสงค์มาร่วมงานอย่างคับคั่งนั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความสนใจในตลาดหลักทรัพย์ไทย ด้าน นางสาวอรกัญญา พิบูลธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ สาขาประเทศไทย ธนาคารแห่งอเมริกา เมอร์ริล ลินซ์  กล่าวว่า แม้ในภาวะที่เศรษฐกิจทั่วโลกมีความผันผวน ประเทศไทยยังเป็นแหล่งลงทุนที่สามารถดึงดูดผู้ลงทุนต่างประเทศจากนโยบายปฎิรูปประเทศของภาครัฐและโครงการต่าง ๆ

อย่างไรก็ตาม Thailand Focus 2016: A New Growth Strategy มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 ส.ค.-2 ก.ย. 2559 โรงแรม แกรนด์ไฮแอท เอราวัณ กรุงเทพฯ

พณ.จัดงานครบ96ปีพาไทยก้าวสู่Thailand4.0

พณ.จัดงานครบ96ปีพาไทยก้าวสู่Thailand4.0

พณ.จัดงานครบ96ปีพาไทยก้าวสู่Thailand4.0

ปลัด พณ. เผย การจัดงานครบรอบ 96 ปี ดึงผู้ประกอบการ SMEs พัฒนาธุรกิจ พาไทยก้าวสู่ยุค Thailand 4.0

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวงพาณิชย์ เร่งสร้างความเข้มแข็ง
ลดความเหลื่อมล้ำของผู้ประกอบธุรกิจ SMEs และผู้ประกอบการรายใหญ่ โดยสร้างโอกาสให้ผู้ประกอบการมีเวที
นำเสนอสินค้าและสร้างเครือข่ายทางการตลาด เพื่อให้สามารถยืนหยัดในการดำเนินธุรกิจด้วยตนเองได้สอดคล้องกับนโยบาย Thailand 4.0 และในโอกาสที่กระทรวงพาณิชย์กำลังจะครบรอบปีที่ 96 ในวันที่ 20 สิงหาคมนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการตลาดให้แก่ SMEs ภายใต้ชื่องาน “96 ปี พาณิชย์ก้าวไกล เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า” ระหว่างวันที่ 17-19 สิงหาคม ณ ลานอเนกประสงค์ ชั้น 3 กระทรวงพาณิชย์ โดนภายในงานมีกิจกรรมการแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของธุรกิจในความส่งเสริมของกระทรวงพาณิชย์จำนวน 170 คูหา ทั้งสินค้าชุมชน ตลาดต้องชม สินค้า GI ทรัพย์สินทางปัญญา สินค้าอุปโภคบริโภค และธุรกิจแฟรนไชส์

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยมีผู้ประกอบการ SMEs มากถึง 2.7 ล้านราย มีมูลค่าการค้าคิดเป็นร้อยละ 37
ของ GDP ในประเทศ