กระจับ-แห้วระทม รับลมหนาวน้ำแล้ง

 

ความไม่สมดุลของน้ำ และการบริหารจัดการน้ำในเมืองไทยเป็นปัญหาเรื้อรังยาวนาน ที่ไม่เคยได้รับการแก้ไขอย่างได้ผล

ล่าสุด มีรายงานว่า ที่เขื่อนภูมิพล จ.ตาก เขื่อนใหญ่สุดของประเทศ เหลือน้ำใช้แค่เพียง 10.42% ของความจุเขื่อน

ถือเป็นปริมาณที่น้อยสุดในรอบ 51 ปี นับตั้งแต่มีการสร้างเขื่อนแห่งนี้ โดยคาดว่าจะลดลงต่อเนื่องไปอีก เพราะต้องระบายน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และรักษาระบบนิเวศ วันละ 5 ล้านลูกบาศก์เมตร

ปริมาณน้ำที่เหลือแค่เพียง 1,006 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือราวร้อยละ 10.42 ของความจุเขื่อนที่จุได้ทั้งสิ้น 13,462 ล้านลูกบาศก์เมตร ยามนี้แทบจะไม่มีน้ำใหม่ไหลเข้าเขื่อนเลย หากทางเขื่อนยังต้องระบายน้ำอย่างต่อเนื่องอีกหลายเดือน จนถึงช่วงฤดูฝน ก็จะเหลือน้ำไม่ถึง 500 ล้านลูกบาศก์เมตร

แม้ขณะนี้จะมีปริมาณฝนตกในบางพื้นที่ แต่ปริมาณน้ำที่จัดเก็บตามเขื่อนต่างๆยังมีไม่มากพอ ทางการจึงขอร้องให้ชาวนาเว้นการทำนา เพราะมีความเสี่ยงเรื่องภัยแล้งสูง แต่แนะนำให้หันไปปลูกพืชเกษตรอย่างอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน

แต่ชาวนาจำนวนมากเห็นว่าการทำนาเป็นอาชีพที่พวกเขาถนัด และทำมาทั้งชีวิต จะให้หันไปทำอย่างอื่นที่ไม่ถนัด ก็เกิดคำถามตามมาว่า จะได้ผลผลิตและราคาคุ้มค่าหรือไม่ ซึ่งถือเป็นความเสี่ยงอีกรูปแบบ ที่พวกเขาต้องเผชิญเช่นกัน

นอกจากรัฐบาลจะวางแผนให้ครอบคลุมและชัดเจน ว่า พื้นที่เสี่ยงขาดน้ำทางการเกษตรใดบ้าง ควรหันไปปลูกพืชชนิดใด และมีตลาดรองรับอย่างไร หรืออีกนัยเป็นการรับประกันระดับหนึ่งว่า ถ้าเปลี่ยนจากทำนาไปปลูกพืชชนิดอื่นแล้ว ผลผลิตที่ออกมาขายได้แน่ ไม่ขาดทุน จึงจะสร้างความเชื่อมั่นและแก้ปัญหาได้ตรงจุด

ดังนั้น ถ้ามองให้ทะลุปัญหา สถานการณ์ยามนี้ ใช่รู้ทั้งรู้ว่าไม่มีน้ำให้ทำการเกษตร ไฉนเกษตรกรไทยหลายคนยังคงดื้อตาใส ฝืนทำกันอีก ก็เพราะคำตอบแจ้งชัดอยู่ในตัว การขอความร่วมมือโดยไม่มี ทางออกให้ ย่อมไม่ทำให้พวกเขาปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกได้ เพราะถึงอย่างไรพวกเขาจำต้องยอมเสี่ยงเพื่อหาเลี้ยงชีพ ดีกว่ารอคอยอย่างไร้ความหวัง

จ.ส.อ.อนันต์ ดอกกุหลาบ อาสาเกษตรและสมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังยาง อ.ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี บอกว่า ยามนี้ไม่เพียงชาวนาในหลายพื้นที่ เดือดร้อนไม่มีน้ำใช้ทำนา หากสถานการณ์น้ำแล้งยังเป็นเช่นนี้ต่อไปในระยะยาว ไม่แน่ใจว่าสถานการณ์ของเกษตรกรที่ปลูก “แห้ว” จะได้รับผลกระทบไปด้วยหรือไม่

เขาบอกว่า โชคดีตรงที่แห้วเป็นพืชอยู่ใต้ดิน ถ้ายังไม่พร้อมจะเก็บเกี่ยวผลผลิต ก็ยังสามารถเก็บรอเอาไว้อย่างนั้นได้นานเป็นปี แต่ถึงอย่างไรก็ต้องเก็บไว้ในสภาพที่มีน้ำหล่อเลี้ยงด้วย

ถ้าน้ำแล้งจัด จนดินแยกแตกระแหง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย ชาวนาแห้วอาจต้องงมผลผลิตขึ้นมาขาย แต่เมื่อไม่สามารถงมผลผลิตขึ้นมาได้ เพราะผืนดินแข็งโป๊ก อาจทำให้ต้องหวนกลับไปใช้วิธีการแบบเก่า เหมือนเมื่อครั้งที่เคยเกิดขึ้นเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้วอีก

“เมื่อ 30 กว่าปีก่อน ที่ศรีประจันต์เคยแล้งจัดอยู่ครั้ง แต่ก็ยังไม่แล้งมากเท่าปีนี้ ผมยังจำได้ว่าคนปลูกแห้วไม่สามารถงมแห้วจากใต้ดินขึ้นมาได้ ต้องใช้จอบขุดขึ้นมา ซึ่งทำให้ผลผลิตเสียหายมาก”

จ่านันต์บอกว่า ทุกวันนี้เกษตรกรนาแห้วที่ศรีประจันต์ ต่างแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการขุดบ่อนำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ปลูกแห้ว บางจุดขุดลึกลงไปเพียง 30 เมตรก็เจอตาน้ำ แต่บางจุดต้องขุดลึกลงไปถึง 60 เมตร โดยค่าขุดบ่อบาดาล มีค่าใช้จ่ายตกบ่อละไม่ต่ำกว่า 20,000-30,000 บาท

ในแง่ของการหาน้ำมาทำนาแห้ว ยามนี้เกษตรกรถือว่าพอเอาตัวรอดได้อีกสักประมาณ 2-3 เดือน จากนั้นน้ำบาดาลใต้ดินจะแห้งขอดไม่สามารถใช้ได้อีก ดังนั้น สิ่งที่ชาวนาแห้วต้องการเหนืออื่นใดยามนี้ก็คือ ตลาดหรือโอกาสในการระบายสินค้า

อนันต์บอกว่า เกษตรกรนาแห้วกว่า 3 พันไร่ ที่ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ขอฝากขอบคุณไปยังนายกรัฐมนตรีอย่างสูง ที่ก่อนหน้านี้ได้หาทางผลักดันให้แห้วกลายเป็นพืชประจำจังหวัดสุพรรณบุรี ในรูปของจีไอหรือสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ของจังหวัด และเปิดโอกาสให้พวกเขาได้นำผลผลิตแห้วต้ม และแห้วแปรรูปไปขายที่ตลาดนัดคลองผดุงกรุงเกษม ข้างทำเนียบรัฐบาล ทำให้มีออเดอร์สั่งซื้อ หรือช่วยระบายผลผลิตไปได้ระดับหนึ่ง

แต่เขาบอกว่า อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือเช่นนี้ไปอย่างต่อเนื่อง

“ปริมาณผลผลิตแห้วที่รัฐบาลช่วยหาทางระบายให้เป็นเพียง 1 ใน 4 ส่วน ยังเหลือผลผลิตตกค้างอยู่ใต้ดินอีก 3 ส่วน ทาง ธ.ก.ส.เองก็เห็นใจผ่อนผันให้ผู้ปลูกแห้วส่งแค่ดอกเบี้ย เวลานี้ปัญหาใหญ่ของแห้วจึงอยู่ที่ตลาดรองรับที่ไม่เพียงพอต่อผลผลิต ถ้ารัฐบาลจะกรุณาต่อเนื่อง ช่วยหาช่องให้มีที่ขาย พวกเราก็รอดตาย”

นอกจากแห้ว ยังมี “กระจับ” ดูเหมือนจะเป็นผลิตผลทางการเกษตรที่ออกอาการใกล้เดี้ยงจากภัยแล้งและตลาดรับซื้อ…หนักหน่วงกว่าสถานการณ์ของ “แห้ว” หลายเท่านัก

ประสาร เพชรมอญ สมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสหกรณ์การเกษตรศรีประจันต์ จำกัด บอกว่า สถานการณ์ของกระจับก็คล้ายคลึงกับแห้ว ตรงที่ขาดน้ำไม่ได้ และหาตลาดรับซื้อได้ยาก

“แห้วยังฝังหัวอยู่ในดินเลน ดินโคลนได้ แต่กระจับต้องลอยน้ำอยู่ในบึง ในบ่อ หรือหนองน้ำกลางทุ่งจึงจะรอด แถมแห้วยังได้เปรียบกว่าตรงที่ดูแลรักษาง่าย ถ้ายังไม่เก็บเกี่ยว สามารถทิ้งไว้ใต้ดินรอเวลาได้ แต่กระจับนอกจากดูแลยากกว่า เมื่อถึงเวลาเก็บเกี่ยว ต้องเก็บให้หมดภายใน 5 วัน เพราะถ้าทิ้งต้นหรือละขั้วแก่พร้อมกัน 5-6 ฝัก ถ้าไม่เก็บจะร่วงลงน้ำหมด เท่ากับบังคับให้ต้องเก็บผลผลิตพร้อมกันทีละเยอะๆ”

ประสารบอกว่า พื้นที่ปลูกกระจับที่ อ.ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 100 กว่าไร่ เหตุที่คนนิยมปลูกน้อย เป็นเพราะที่ดินบริเวณนั้นลุ่มมากจนไม่เหมาะจะปลูกทั้งข้าวและแห้ว จึงต้องปลูกกระจับ

“เกษตรกรปลูกกระจับ เป็นกลุ่มที่น่าเห็นใจมาก นอกจากไม่ค่อยมีทางเลือกมากนัก ผลผลิตที่ออกมาก็ยังราคาไม่แน่นอน และขายไม่ได้ราคา ยกตัวอย่างเมื่อปลายปีที่แล้ว ราคาพอไปได้ อยู่ที่ตันละ 12,000 บาท แต่ตอนนี้ร่วงลงมาเหลือแค่ตันละ 8,000 บาท แถมกระจับยังเป็นพืชที่ขาดน้ำไม่ได้เลย คนปลูกต้องขุดบ่อบาดาลปล่อยน้ำมาหล่อเลี้ยงตลอดเวลา”

เขาบอกว่า ผลผลิตแห้ว ถ้าเลือกเจาะตลาดกับผู้ที่มีกำลังซื้อ ยังพอสามารถขยายได้ทั้งภายในและต่างประเทศ เพราะเป็นเมนูยอดนิยม ในอาหารจำพวก สลัด ซึ่งมีตลาดกว้าง สามารถขายได้ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ อย่างญี่ปุ่น อเมริกา และเกาหลี ซึ่งนิยมกินแห้วกับสลัดผัก

ตรงข้ามกับกระจับ นอกจากจะปลูกและดูแลรักษายากกว่าแห้ว นำไปแปรรูปก็ยาก ต้องนำไปต้ม หรือเชื่อมเท่านั้น ชาวต่างชาติก็ยังกินกันไม่ค่อยเป็น ทำให้ส่งออกไม่ได้ แถมตลาดรับซื้อในประเทศก็ยังจำกัดกว่าแห้ว

“ลำพังสถานการณ์น้ำแล้งปีนี้ คนปลูกกระจับต้องดิ้นรนหาทางช่วยเหลือตัวเอง ซึ่งนับว่าหนักพออยู่แล้ว เป็นไปได้อยากให้รัฐบาลหาทางช่วยเหลือเกษตรกรกลุ่มนี้ ที่กำลังจะสูญพันธุ์ หรือลมหายใจริบหรี่เต็มที โดยพ่วงความช่วยเหลือไปพร้อมกับคนปลูกแห้ว” ประสารวิงวอน.

ปรับเพิ่ม 50 รูปพรรณขายออกบาทละ 20,750

  ราคาทองเปิดตลาด ราคาเพิ่ม 50 บาท ทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250 ขายออกบาทละ 20,350 รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,950.56 ขายออกบาทละ 20,750 บาท …

วันที่ 18 ก.พ. 59 สมาคมค้าทองคำ รายงานราคาทองเปิดตลาดครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.29 น. ราคาเพิ่มขึ้น 50 บาท ส่งผลให้ราคาทองแท่งรับซื้อบาทละ 20,250.00 บาท ขายออกบาทละ 20,350.00 บาท รูปพรรณรับซื้อบาทละ 19,950.56 บาท ขายออกบาทละ 20,750.00 บาท

ขณะที่ เมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวก จากสกุลเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่เฟดได้แสดงความกังวลว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ โดยสัญญาทองคำตลาดโคแมกซ์ ส่งมอบเดือน เม.ย. ปิดบวก 3.2 ดอลลาร์ หรือ 0.26% แตะที่ระดับ 1,211.40 ดอลลาร์/ออนซ์

ทั้งนี้ สัญญาทองคำปรับตัวขึ้นในกรอบที่จำกัด หลังพุ่งขึ้นติดต่อกัน 3 วันทำการของตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยได้กระตุ้นให้นักลงทุนเทขายสัญญาทองคำ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย และเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ซึ่งให้ผลตอบแทนสูงกว่า.

ชุดนี้…อย่าใส่อีกเลยนะ แฟชั่นเฟลๆ ลูกโลกทองคำ 2016

 ชุดนี้...อย่าใส่อีกเลยนะ แฟชั่นเฟลๆ ลูกโลกทองคำ 2016

    งานลูกโลกทองคำ (Golden Globes Award) ที่เพิ่งผ่านพ้นไป แฟชั่นเริ่ดๆเด็ดมากมาย Celeb TV ได้นำเสนอให้ดูกันพอหอมปากหอมคอ แต่พอมาถึงงาน After Party เหล่าเซเลบริตี้ก็เปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อร่วมปาร์ตี้สุดมันส์กัน และเป็นที่มาของแฟชั่นเฟลๆ ที่ Celeb TV ขอวิเคราะห์รายหัวเพื่อให้สาวๆหนุ่มๆ นำไปพิจารณากันงานคราวหน้า เริ่มกันที่ดาราสาว ไฮดี้ คลุม (Heidi Klum) กับ เรจิน่า คิงส์ (Regina King) ไม่รู้ว่าสไตล์ลิสคิดได้ยังไงกับชุดนี้ หรือจะเป็นพระเอกหนุ่ม  แชนนิ่ง เททั่ม (Channing Tatum) กับปรอยผมเส้นเล็กๆ ที่ไม่น่าทำจริงๆ โชคดีที่มีศรีภรรยา เจนนา ดีแวน (Jenna Dewan) ช่วยฆ่าสายตาคนอื่นได้  ขณะที่ดาราสาว เคท ฮัดสัน (Kate Hudson) ที่ได้ตำแหน่งดาราชุดเปรี้ยงไปกับชุดสีขาวสวยสะดุดตา แต่พอเปลี่ยนมาเป็น After Party เสื้อผ้า 2 ชิ้นกับปลอกคอที่เธอใส่ให้แมทช์กันมันเข้าท่าตรงไหนเนี่ย?? ปิดท้ายที่นักร้องสาว เคธี่ เพอร์รี่ ( Katy Perry) ชุดเธอก็ดูโอเคนะ แต่ผมนี่สิจะสร้างรังนกให้นกที่ไหนกัน??

The Face 3… ปังแน่ ลุ้น! แพนเค้ก ติดโผเมนเทอร์

   แพนเค้ก

   The Face 3… ปังแน่ ลุ้น! แพนเค้ก ติดโผเมนเทอร์        

      ดุเด็ดเผ็ดสตรองมากๆ สำหรับ รายการ The Face ซีซั่น 2 ที่ฉะปะทะกันทุกๆ วีค ทั้งตัวเมนเทอร์ และผู้เข้าแข่งขัน จนรายการเป็นที่พูดถึงแบบปากต่อปาก ทั้งตัวคน ทั้งในโลกโซเชียลฯ จนรายการโด่งดังไปทั่วประเทศ         งานนี้คนที่เป็นปลื้มสุดๆ คงจะเป็นหัวเรือใหญ่ของรายการอย่าง เต้ ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ที่ล่าสุดลั่นวาจาออกมาแล้วว่า The Face ซีซั่น 3 ตุลาคมนี้มาแน่นอน แถมยังมีเซอร์ไพรส์หนักกว่าทุกซีซั่นที่ผ่านมา โดยเฉพาะเมนเทอร์ของซีซั่น 3 ที่เม้าท์มอยให้แซดกันอย่างหนักว่าอาจจะมีนางเอกดีกรีนางแบบระดับโลกอย่าง แพนเค้ก เขมนิจ ร่วมเป็นเมนเทอร์ในรายการ ใครเป็นแฟนรายการ The Face ตัวจริง ห้ามพลาด  

แพท ณปภา พูดเต็มปาก โตโน่ เป็นผู้ชายในวงการที่อยากเป็นแฟนด้วย

pat

แพท ณปภา เผย โตโน่ เป็นผู้ชายในวงการที่อยากเป็นแฟนด้วย พร้อมบอกเหตุผลยาวเหยียดว่าเพราะอะไรทำไมถึงเลือก อีกทั้งยังตอบทุกคำถามแรง ว่าเอาเงินเลี้ยงผู้ชายจริงหรือเปล่า ?

เป็นสาวที่อยู่ในกระแสขาเม้าท์ขามอยตลอดตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมา สำหรับ แพท ณปภา ตันตระกูล โดยเฉพาะประเด็นรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่กลายเป็นข่าวหน้าหนึ่งไปช่วงเดือนมกราคม ตอกย้ำด้วยกระแสคู่จิ้นใหม่แกะกล่อง #โน่แพท ที่ชาวเน็ตและแฟนคลับเชียร์กระแซะรักกับหนุ่ม โตโน่ ภาคิณ งานนี้สาวแพทเลยถูกจับตามองเป็นพิเศษเลยทีเดียว

ล่าสุด (10 กุมภาพันธ์ 2559) สาวแพท ก็ไปถ่ายทำรายการ WOODY UNCENSORED หรือ วู้ดดี้ อันเซ็นเซอร์ ทางไลน์ทีวี โดยพิธีกรหนุ่มฝีปากกล้าอย่างวู้ดดี้ ก็จับสาวแพทเล่นเกมตอบ หรือตบ บอกเลยว่าไม่ว่าจะถามแรงขนาดไหน สาวแพทก็ตอบตรง ตอบเคลียร์ ทั้งคำถามเรื่องเอาเงินซื้อผู้ชาย, ตอนนี้โสดหรือไม่โสด ฯลฯ แต่คำถามที่สาวแพทเหวอ.. ก่อนจะตอบเสียงดังให้แฟน ๆ ได้ฟังนั่นก็คือ คำถามที่ว่า “ผู้ชายในวงการที่อยากเป็นแฟนด้วยมากที่สุดคือใคร” งานนี้สาวแพทตอบให้ฟังชัด ๆ ว่า “โตโน่ ภาคิณ” พร้อมบรรยายกับสรรพคุณยาวเหยียดว่าเพราะอะไรทำไมถึงเลือกโตโน่ บอกเลยว่าแฟนคลับฟินลืมแน่นอน

ใครอยากจะฟังคำตอบแบบเต็ม ๆ อย่าลืมติดตามรายการ วู้ดดี้ อันเซ็นเซอร์ ออนแอร์วันศุกร์ ทางไลน์ทีวี เวลาเที่ยงตรง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2559

ขอบคุณภาพจาก:kapook

วัดถ้ำเสือ จ.กาญจนบุรี

Picture

วัดถ้ำเสือ ตั้งอยู่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี  สิ่งที่สะดุดสายตาของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวชมวัด เพื่อกราบนมัสการพระธาตุ ก็คือ ความใหญ่โตกว้างขวางของวัด และพระพุทธรูปปางประทานพรที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัดกาญจนบุรีตัวองค์ พระสวยงามประดับ ด้วยโมเสคสีทองทั้งองค์  เมื่อเดินทางมาถึงด้านบนก็พบกับความสดชื่นของลมที่พัดเย็น และแรงทีเดียว มองไปด้านล่างเห็นเป็น ทุ่งนา เขียวขจี
นอกจากนี้ยังมีพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท องค์พระเจดีย์เป็นสีอิฐทั้งองค์ แบ่งเป็นชั้นต่าง ๆ หลายชั้น แต่ละชั้นจะ ประดิษฐาน พระพุทธรูปต่าง ๆ มากมาย จนถึงชั้นบนสุดเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศ อินเดีย และยังมีวิหารต่าง ๆ ให้เข้าไปสักการะพระพุทธรูปและชื่นชมความงดงามของจิตรกรรมฝาผนังภายใน เมื่อชมจนทั่วแล้ว ก็ลงไป ข้างล่างเพื่อเข้าถ้ำเสือ เป็นถ้ำขนาดเล็กอยู่บริเวณเชิงเขาด้านล่าง ภายในประดิษฐานพระประจำวันเกิด และจำหน่ายวัตถุมงคล

การเดินทางไปวัดถ้ำเสือ
วัดถ้ำเสืออยู่ห่างจากเขื่อนแม่กลองประมาณ 5 กิโลเมตร ทางเข้าวัดต้องผ่านตัวเขื่อนแม่กลองแล้วจะมีป้ายบอกเลี้ยวขวาไป ประมาณ 2 กิโลเมตรแล้วเลี้ยวซ้ายประมาณ 200 เมตร

ตลาดน้ำเขาใหญ่ สไตล์วินเทจบนเนินเขาใหญ่ที่สุดในไทย

Picture

เขาใหญ่  เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของคนไทย ที่ทุกคนหลั่งไหลมาเยือนได้ทุกฤดูกาล ทำให้มีแหล่งท่องเที่ยวเกิดขึ้นใหม่ทุกๆ ปี ตลาดน้ำเขาใหญ่ (KHAOYAI FLOATING MARKET) ตลาดน้ำโบราณสไตล์วินเทจที่ถูกเนรมิตขึ้นท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามของเขาใหญ่ โดยตลาดน้ำตั้งอยู่ในเขต พื้นที่ของบ้านหนองนกกระเต็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา

​ตลาดน้ำเขาใหญ่ เป็นตลาดน้ำบนเนินเขาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีเจ้าของเป็นเจ้าเดียวกันกับตลาดน้ำสามพันนาม (หัวหิน), ตลาดน้ำอโยธยา, ตลาดอโยเดีย และปางช้างอโยธยา โดยตลาดน้ำแบ่งออกเป็น 2 โซน คือโซนตลาดน้ำ และโซนสวนดอกไม้ นักท่องเที่ยวที่มาเยือนจะได้พบกับความสวยงามของทุ่งดอกไม้สีเหลืองทีปกคลุม เขาตลอดทั้งปี พร้อมสวนสัตว์ (MIMI ZOO) ท่าม กลางธรรมชาติ ซึ่งนักท่องเที่ยวจะได้พบกับเหล่าสัตว์น่ารักอันได้แก่ แกะ กระต่าย อูฐ ที่นักท่องเที่ยวสามารถให้อาหารได้กับมือ นอกจากนี้ภายในตลาดยังมีสถานที่ถ่ายรูปสำหรับคู่รัก (SWISS LOVE) พร้อมที่จอดรถกว่า 200 คัน

khaoyai-floating-market24

ตลาดน้ำเขาใหญ่ (KHAOYAI FLOATING MARKET) ตั้งอยู่ที่บ้านหนองนกกระเต็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (เลยทอสคาน่ารีสอร์ท เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 10 กม. ทางไปวัดภูหายหลง)

โทรศัพท์ 081 399 5555

ข้อมูลและภาพ : KHAOYAIFLOATINGMARKET.COM

ทำบุญต้อนรับปีใหม่ “พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์”

Picture

“พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์” ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับทางขึ้นน้ำตกสาริกา ต.สาริกา อ.เมือง จ.นครนายก พื้นที่ 53 ไร่ แวดล้อมด้วยภูเขามีสายน้ำไหลผ่าน

พุทธอุทยานมาฆบูชาอนุสรณ์” สร้างขึ้นเนื่องในโอกาสครบ 2,600 ปี แห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าด้วยการระดมทุนจากผู้มีจิตศรัทธาทั้งในและต่างประเทศ เมื่อเข้าไปในสถานที่แห่งนี้เราจะได้เห็นพระพุทธรูปปางแสดงโอวาทปาติโมกข์ขนาดใหญ่เด่นเป็นสง่าหน้าตัก 9 เมตร สูง 13.5 เมตร เป็นตัวแทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บริเวณโดยรอบมีการสร้างพระพุทธรูปขนาดหน้าตัก 90 ซม. อีก 1,250 องค์ เป็นตัวแทนพุทธสาวกแสดงถึงเหตุการณ์สำคัญเมื่อครั้งพุทธกาล กล่าวคือ เป็น
วันจาตุรงคสันนิบาต หรือวันประชุมใหญ่อันประกอบด้วยองค์ 4 คือ
1. พระภิกษุสงฆ์ซึ่งเป็นพุทธสาวกจำนวน 1,250 องค์ มาชุมนุมพร้อมกันโดยที่ไม่ได้นัดหมาย
2. พระพุทธสาวกเหล่านี้ล้วนเป็นเอหิภิกขุอุปสัมปทา คือ เป็นผู้ที่พระพุทธองค์ทรงประทานการอุปสมบทด้วยพระองค์เอง
3. พระภิกษุสงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์
4. วันนั้นเป็นวันเพ็ญเดือนมาฆะ คือพระจันทร์เสวยมาฆฤกษ์ “ในวันดังกล่าวพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงประกาศหลักธรรมสำคัญทางพระพุทธศาสนาเหมือนรัฐธรรมนูญที่ใช้เป็นแม่บทสำคัญสูงสุดของประเทศ หลักธรรมสำคัญของพุทธศาสนา คือ การแสดงโอวาทปาติโมกข์ เป็นประกาศหลักธรรมสำคัญอันเป็นแนวทางในการปฏิบัติ เพื่อนำไปเผยแผ่พระพุทธศาสนา ประกอบด้วยหลักการ 3 อุดมการณ์ 4 และวิธีการ 6 ที่นี่จึงเหมือนเป็นตำราเรียนประวัติศาสตร์ พระพุทธศาสนาเล่มใหญ่สำหรับผู้สนใจ นักเรียน นักศึกษา ได้เข้ามาสัมผัสบรรยากาศที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครั้งพุทธกาลที่ไม่มีประเทศใดสร้างมาก่อน” พระราชพิพัฒน์โกศล เจ้าอาวาสวัดศรีสุดาราม กรุงเทพฯ กล่าว ณ วันนี้ต้นไม้รอบบริเวณดังกล่าวกำลังเติบโตให้ความร่มเงา มีสายน้ำจากน้ำตกสาริกาไหลรินผ่านมาให้ความร่มเย็น มีภูเขายิ่งใหญ่มั่งคงล้อมรอบ จึงได้มีการสร้างศาลาปฏิบัติธรรม 1 หลัง ข้างในจะมีพระพุทธรูปของพระพุทธเจ้า 28 พระองค์ตั้งแต่ในอดีตถึงปัจจุบัน และในอนาคตจะสร้างศาลาปฏิบัติธรรมเพิ่ม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนสามารถใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิ
สามารถเดินทางมาสักการะหรือเวียนเทียนที่พุทธอุทยานมาฆบูชาฯ ได้ทุกวัน สอบถามรายละเอียดได้ที่
โทร.08-1906 6974, 08-8400-9001-8

ครั้งหนึ่งในชีวิต พิชิตดอยหลวงเชียงดาว

Picture

ดอยเชียงดาว อยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดอยเชียงดาว อำเภอเชียงดาว ยอดสูงสุดของดอยเชียงดาว เรียกว่า ดอยหลวงเชียงดาว (เพี้ยนมาจากคำที่ชาวบ้านในละแวกเปรียบเทียบดอยนี้ว่าสูงเพียงดาว) มีลักษณะเป็นภูเขาหินปูนรูปกรวยคว่ำสูง 2,195 เมตร จากระดับน้ำทะเล นับเป็นยอดดอยที่สูงอันดับ 3 ของประเทศรองจากดอยอินทนนท์และดอยผ้าห่มปก จากบนยอดดอยซึ่งเป็นที่ราบแคบ ๆ สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามรอบด้าน คือ ทะเลหมอกด้านอำเภอเชียงดาว ดอยสามพี่น้อง เทือกดอยเชียงดาว ตลอดจนถึงยอดดอยอินทนนท์อันไกลลิบ อากาศเย็น ลมแรง และสมบูรณ์ด้วยดอกไม้ป่าภูเขาที่หาชมได้ยากมากมายรวมทั้งนกและผีเสื้อด้วย (ไม่เหมาะที่จะขึ้นไปยืนบนยอดดอยทีละกลุ่มใหญ่ ๆ เพราะจะไปเหยียบย่ำทำลายพรรณไม้บนนั้นได้แม้จะโดยไม่ตั้งใจก็ตาม) โดยการเข้าไปใช้พื้นที่ต้องทำหนังสือขออนุญาตถึงผู้อำนวยการส่วนอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมป่าไม้ อย่างน้อย 2 อาทิตย์ ก่อนการเดินทาง

Picture

การเดินทางสู่ยอดดอยเชียงดาวเริ่มที่ถ้ำเชียงดาว ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถติดต่อคนนำทาง ลูกหาบ รวมทั้งรถไปส่งที่จุดเริ่มเดินได้ ซึ่งบนดอยเชียงดาวไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ นักท่องเที่ยวต้องเตรียมตัวไปด้วยตนเอง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องนอน อาหาร และน้ำ
​รายละเอียด โทรศัพท์ 0 2561 2947

ม่อนทานตะวัน ดอกคำใต้ จ.พะเยา

 

Picture

ม่อนทานตะวันกว่า 1,000 ไร่ ในตำบลป่าซาง อำเภอดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ให้นักท่องเที่ยวได้เข้าเที่ยวชมภายใต้งาน “ม่อนทานตะวันเพื่อการท่องเที่ยว สู่ประตูอาเซียน”
โดยม่อนทานตะวันดอกคำใต้ ที่ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยาได้จัดขึ้นเป็นปีที่ 3 แล้ว โดยมีนายสรธร สันทัด รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา เป็นประธานเปิดงาน ซึ่งนอกจากจะได้ชมทุ่งทานตะวันแล้ว ยังมีกิจกรรมอีกหลากหลายที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมกัน ทั้งเมืองคาวบอย กิจกรรมคาวบอย การขี่ม้า รถเอทีวี การปั่นจักรยาน การนั่งรถไถพ่วง ชมทุ่งทานตะวัน ชมสวนสตรอว์เบอร์รี 

ชมและสัมผัสบรรยากาศการจัดงานแบบเมืองคาวบอย และเมืองอินเดียนแดง ชมฝูงนกยูงป่าที่จะลงมาให้ยลโฉมในทุกเย็นบริเวณม่อนทานตะวัน ซึ่งขณะนี้ทานตะวันเริ่มบานเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว โดยม่อนทานตะวันเปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถเริ่มเข้าชมได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด ตลอดจนเป็นการต้อนรับนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว และเป็นการสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ทั้งนี้เปิดให้เข้าชมฟรีตั้งแต่วันที่ 15 ธ.ค.2558 เป็นต้นไป เปิดให้บริการตั้งแต่ 09.00 น.-18.00 น.

Picture