ชมบรรยากาศ พิธีซ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศ งดงามสมพระเกียรติ

 

     ชมบรรยากาศ พิธีซ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยิ่งใหญ่ งดงาม สมพระเกียรติ วันที่ 7 ตุลาคม 2560 กองอำนวยการร่วม งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้จัดพิธีซ้อมย่อยริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยผู้สื่อข่าวได้มีการถ่ายทอดภาพบรรยากาศการซ้อมริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศฯ พบว่าในช่วงเวลา 09.49 น. ที่ผ่านมา ริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศฯ กำลังผ่านวัดพระแก้วและศาลหลักเมือง โดยเป็นไปด้วยความพร้อมเพรียงและงดงามสมพระเกียรติ

ขณะที่ประชาชนจำนวนมาก ต่างก็เข้ามาจับจองพื้นที่เพื่อเฝ้าชมการซ้อมริ้วขบวนอัญเชิญพระบรมราชอิสริยยศฯ ยังจุดที่กำหนดไว้อย่างแน่นขนัดกันตั้งแต่ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา

มิน พีชญา อวดช่อดอกไม้แฟนไฮโซให้ใหญ่กว่าตัว

มิน พีชญา อวดช่อดอกไม้แฟนไฮโซให้ใหญ่กว่าตัว

       เห็นเงียบๆ แต่ความรักครั้งใหม่ของนางเอกสาว “มิน พีชญา” กับไฮโซหนุ่มตี๋ “โอ๊ต พิทักษ์” ดูจะไปได้สวยกว่าทุกครั้ง เพราะนับวันยิ่งเห็นความชัดเจนของคู่นี้ ที่ดูเหมือนลงตัวขึ้นด้วย  ล่าสุดกับภาพหวาน ที่ทำเอาสาวมินยิ้มแก้มแทบปริ เพราะแฟนหนุ่มไฮโซหอบช่อดอกไม้ช่อใหญ่กว่าตัวมินมาให้ถึงที่บ้าน สวยมากและแพงมากแน่ๆ ดอกไม้ช่อนี้ และข้อความที่มินลงไว้ว่า “The flower bouquet is bigger than me!! Love it!! Thanks” และ “Life always meaningful and beautiful Thank you for your loveI appreciated”

ความโรแมนติกเล็กๆ ของคู่นี้ ที่อัพลงอินสตาแกรมให้แฟนๆ ได้ฟินไปด้วย มินและโอ๊ตถ่ายรูปเซลฟี่ ดูดีๆ เห็นมือหนุ่มโอ๊ตโอบเอวมินอยู่ด้วย ดูเป็นคู่รักที่อบอุ่นมาก และถึงวัยจะต่างกันก็คงจะไม่ใช่อุปสรรค เพราะดูโพรไฟล์หรูดูดีกันทั้งคู่


สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : sanook

พล.อ.ปรีชา เผยสาเหตุ หมวดป้อง ลาออกจากทหาร หลังเครียดถูกจับตาเป็นหลานนายก

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

              บิ๊กติ๊ก รับ หมวดป้อง ลูกชายลาออกจากทหารจริง เผยเตรียมไปเรียนต่อที่อังกฤษ และเพื่อความสบายใจ หลังถูกหลายฝ่ายจับตา เหตุเป็นหลานนายกฯ วันที่ 20 สิงหาคม 2560 พลเอก ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม และเป็นน้องชายของ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่า หมวดป้อง ร้อยตรี ปฏิพัทธ์ จันทร์โอชา ลูกชายคนเล็กได้ลาออกจากราชการทหารแล้วนั้นเป็นเรื่องจริง และได้ลาออกจากราชการทหารมานานหลายเดือนแล้ว เพราะอยากไปเรียนต่อด้านสาขานิเทศศาสตร์ ที่ประเทศอังกฤษ เพราะลูกชายจบปริญญาตรีด้านนี้มา และอยากไปเรียนภาษาด้วย

ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายจับตามองจนกดดัน เพราะเป็นหลานชายของนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น พลเอกปรีชา ระบุว่า ทุกอย่างก็เพื่อความสบายใจของเขาเอง ในเมื่อเขาอยากลาออก ก็ให้ลาออก ทั้งนี้ มีรายงานว่า หมวดป้อง ได้ลาออกจากราชการทหารหลังรับราชการมาได้ประมาณ 1 ปี หลังจากที่ใช้วุฒิปริญญาตรีสาขาสื่อสารมวลชน ภาควิชานิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร บรรจุเข้ารับราชการทหารสัญญาบัตรยศ ร.ต. เมื่อเดือนเมษายน 2559 ในตำแหน่งนายทหารปฏิบัติการกิจการพลเรือนของกองทัพภาค3 จ.พิษณุโลก ซึ่งขณะนั้นถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเรื่องความเหมาะสม หลังมีการเผยแพร่เอกสารบรรจุรับราชการของกระทรวงกลาโหมในโซเชียลมีเดีย โดยในขณะนั้น พล.อ. ปรีชา ดำรงตำแหน่งเป็นปลัดกระทรวงกลาโหม

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หมวดป้อง
หมวดป้อง ร้อยตรี ปฏิพัทธ์
สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  
ที่มา : kapook

คุม‘เอส’ทำแผน!! อุ้ม‘พลอย’เข้าบ้านพ่อเอายางเผาศพ ตร.เกือบร้อย-ส่งตัวให้ทหาร

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 17 ส.ค. เจ้าหน้าที่ได้นำตัว นายพลกฤต หรือ เอส วิเศษ สิบเอกอดีตทหาร อายุ 29 ปี พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 20 นาย คุมตัวผู้ต้องหาอย่างอย่างแน่นหนา ก่อนนำขึ้นรถตู้ เพื่อเดินทางไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ด้าน พล.ต.ต.ชัยรัตน์ ทิพยจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี เปิดเผยว่า ระหว่างนี้ได้เตรียมตัวนำผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ทั้ง 8 จุด โดยจะเริ่มทำในจุดที่ 1 เป็นจุดที่นายเอสลักพาตัวน้องพลอย ไปกระทั่งจุดสุดท้ายจุดที่ 8 อยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี และจังหวัดสระบุรี โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสระบุรีได้เตรียมกำลังไว้ทั้งหมด 50 นาย เพื่อดูแลความเรียบร้อย และทางจังหวัดอยุธยาก็ได้เตรียมความพร้อมไว้แล้วเช่นเดียวกัน โดยที่ลพบุรี เป็นบ้านพักของพ่อผู้ต้องหา ที่ผู้ต้องหารับว่าไปเอายาง 3 เส้นและซื้อน้ำมัน

หลังจากเสร็จการทำแผนประกอบคำรับสารภาพแล้ว ก็จะนำตัวนายเอสกลับมาควบคุมที่ สภ.แก่งคอยอีก 1 วัน โดยในวันพรุ่งนี้ก็จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่มณฑลทหารบกที่ 18 ซึ่งหลังจากนี้ก็จะหมดอำนาจจากเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว ต่อไปก็เป็นเรื่องดำเนินคดีของเจ้าหน้าที่ทหารแล้ว

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

ที่มา : khaosod

 

เศร้า เจ้าของกลับบ้านไม่เจอหมาที่เลี้ยง พอรู้ความจริงรีบไปขุดดินบอกลา

เจ้าของกลับบ้านไม่เจอหมาที่เลี้ยง

          เศร้า ! เจ้าของกลับบ้านไม่เจอหมาที่เลี้ยง พอรู้ความจริงรีบไปขุดดินด้วยมือเปล่า เพื่อบอกลามันเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2560  เฟซบุ๊ก ปิ่นชวาลา ฟาร์ม ได้มีการโพสต์คลิปคน ๆ หนึ่งกำลังเร่งขุดดิน จนสุดท้ายพบกับสุนัขสีขาวที่ตายไปแล้ว โดยมีรายละเอียดทั้งหมดดังนี้ ความรักความผูกพันที่มีให้กันของคนกับสัตว์เลี้ยง ภาพเหตุการณ์ของหมาที่ตายโดนที่เจ้าของไม่อยู่ กลับมาไม่เจอหมาที่เลี้ยง คนที่บ้านบอกว่าตายแลัวเอาไปฝังแลัวเจ้าของถึงกับไปขุดขึ้นมาเพี่อจะบอกลาหมาของเขา ผมเห็นแล้วน่าสงสารที่คนและหมามีความรักให้กัน

ผู้ชมครับถ้าใครเป็นคนที่รักสัตว์ ผมขอให้ช่วยกันแชร์หรือกดถูกใจให้แก่คนทึ่มีจิตใจรักสัตว์และให้เรื่องราวนี้อยู่ในใจของทุกคนที่รับชม หวังว่าเรื่องราวนี้คงทำให้ทุกคนดูแลสัตว์ที่เราเลี้ยงดี ๆ กันนะครับ ขอบคุณครับ

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

เจ้าของกลับบ้านไม่เจอหมาที่เลี้ยง

 

 

ที่มา : kapook

จวกยับ ! หนุ่มนอนกรน เจอเพื่อนแกล้งเอาน้ำหยอดใส่ปาก ทำแบบนี้ถึงตาย

 

     จวกยับ ! หนุ่มนอนกรน เจอเพื่อนแกล้งเอาน้ำหยอดใส่ปาก ทำแบบนี้ถึงตายนะ อาจจะเสี่ยงโรคปอดติดเชื้อ หรือโรคเรื้อรังอื่น ๆ เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2560  ได้มีการแชร์คลิปการแกล้งเพื่อนขณะหลับ เนื่องจากนอนกรนนาน ด้วยการเทน้ำดื่มลงไปในปาก ด้านผู้ที่ได้เห็นคลิปดังกล่าว ต่างวิจารณ์กันเป็นจำนวนมากถึงความไม่เหมาะสม และอาจจะทำให้คนที่นอนอยู่เสียชีวิตได้

ที่เห็นเพื่อนนอนกรนอยู่ เลยเอาน้ำกรอกปากแล้วหัวเราะขำกันใหญ่ อันนี้ไม่ขำ และอันตรายมาก การเอาน้ำกรอกใส่คนที่หลับไม่รู้สึกตัว มันจะทำให้เขาสำลักน้ำได้ แล้วพอน้ำลงปอด นอกจากน้ำ พวกเชื้อโรคสารพัดในช่องปากแม่งก็ลงไปด้วย ไอ้คนที่โดนทำแบบนี้ อาจปอดติดเชื้อ ยิ่งถ้าเป็นคนที่มีโรคเรื้อรัง โรคประจำตัว หรือสุขภาพไม่ดีอยู่แล้ว ตายได้เลย

ไอ้พวกที่เล่นโง่ ๆ แบบนี้ รู้ไหมปีหนึ่งมีคนไทยตายเพราะติดเชื้อในปอดจากการสำลักกี่คน ดังนั้นห้ามทำตามเด็ดขาดนะครับ  สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

 

ที่มา : kapook

อบอุ่นใจ.. ครอบครัวนี้สวมหมวกกันน็อกทั้งบ้าน เพราะไม่อยากให้ลูกน้อยดูแปลกแยก

สวมหมวกกันน็อก

 

         เปิดเรื่องราวน่ารักของหนูน้อยวัย 4 เดือน ผู้ต้องสวมหมวกกันน็อกเพราะลักษณะกะโหลกเบี้ยวผิดปกติ ครอบครัวไม่อยากให้รู้สึกแปลกแยก จึงคว้าหมวกมาสวมเป็นเพื่อน ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวหมวกไปเรียบร้อยแล้ว ตอนที่ครอบครัวของหนูน้อยวัย 4 เดือน ที่ชื่อ โจนาส กูติเอร์เรซ พบว่าเขามีอาการศีรษะเบี้ยว(Plagiocephaly) และจำเป็นต้องสวมหมวกชนิดพิเศษเพื่อรักษานั้น พวกเขาไม่อยากให้โจนาสรู้สึกแปลกแยกเพราะเห็นตัวเองแตกต่างอยู่คนเดียว ดังนั้นทุกคนจึงลงความเห็นกันว่า ต่อไปนี้จะสวมหมวกกันน็อกไปพร้อม ๆ กันนี่แหละ !

         เรื่องราวอันน่ารักอบอุ่นใจของหนูน้อยโจนาสและครอบครัวถูกนำมาเปิดเผยโดยเว็บไซต์บอร์แพนด้า เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2560 โดยเผยว่าหนูน้อยโจนาสมีลักษณะดังกล่าวตั้งแต่ตอนที่เขายังอยู่ในครรภ์ เขาหัวโตกว่าปกติตั้งแต่ตอนที่อยู่ในท้องแม่ ทุกอย่างปกติดีแต่เขาจะนอนหลับอยู่ท่าเดียว และการนอนทับอยู่ท่านั้น ทำให้กะโหลกศีรษะเริ่มผิดรูป

สวมหมวกกันน็อก

         แพทย์จึงจำเป็นต้องให้โจนาสสวมหมวกชนิดพิเศษคล้ายหมวกกันน็อก เพื่อปรับรูปร่างกะโหลกศรีษะให้เป็นปกติ โดยจะต้องสวมติดต่อกันทุกวัน ตั้งแต่อายุ 3-6 เดือน และเมื่อโจนาสเริ่มสวมหมวกในตอนแรก ๆ คามิลลา พี่สาววัย 3 ขวบของเขา ก็เอาหมวกกันน็อกสำหรับขี่จักรยานมาสวม โดยเธอบอกพ่อแม่ว่าไม่อยากให้น้องเหงาเพราะไม่เหมือนคนอื่นในบ้าน

         “เธอพูดขึ้นมาว่า ‘พ่อขา หนูมีหมวกกันน็อกนะ พ่อก็มีเหมือนกัน’ หลังจากนั้นเธอก็เอามันมาสวม และเธอตื่นเต้นมาก ๆ เลยค่ะ” เชย์นา คุณแม่ของบ้าน เล่าถึงสิ่งที่ลูกสาวตัวน้อยทำเพื่อน้องชายของเธอ

สวมหมวกกันน็อก
 

         เมื่อลูก ๆ เริ่มแล้ว พ่อแม่ก็ทำตามไปด้วย และกลายเป็นว่าทุกคนในครอบครัวสวมหมวกกันน็อกไปพร้อม ๆ กัน ไม่ว่าจะทำกิจกรรมอะไรก็ตาม เรื่องราวเล็ก ๆ ที่น่ารักนี้ถูกเปิดเผยให้โลกรู้หลังจากที่ญาติของครอบครัวโพสต์ภาพพวกเขาลงบนทวิตเตอร์ มันกลายเป็นภาพน่ารักที่ชาวเน็ตต่างก็ประทับใจ มีคนกดรีทวีตไปแล้วกว่า 28,000 ครั้ง และกดไลค์ กว่า 115,000 ครั้งเลยทีเดียว

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO  

 

สวมหมวกกันน็อก
ที่มา : kapook

‘หนูเล็ก ก่าก๊า’ว่าไง!! ไปฮันนีมูนทริปหรูสุดสวีตกับสามี ‘ต้นหอม’ส่งภาพนี้ไปยั่ว

 

ควงสามีไปฮันนีมูน นักแสดงตลกหญิง หนูเล็ก ก่อนบ่ายฯ หรือ หนูเล็ก ก่าก๊า โพสต์ภาพรัวๆ ขณะไปเที่ยวที่พักหรู ศรีพันวา ภูเก็ตพร้อมข้อความว่า “โรงแรมที่สวยที่สุดของประเทศไทย โรงแรมที่มีเสน่ห์ที่สุดที่นึงของโลก ประทับใจ ดีใจที่สุดที่มีโอกาส มาในที่แห่งนี้…….. #sripanwa” แถมลงคลิปสวีตแบบฮาสไตล์หนูเล็ก ก่าก๊าเรียกเสียงหัวเราะจากแฟนคลับและชาวเน็ตด้วย

ขณะที่ต้นหอมเพื่อนซี้ โพสต์ภาพสุดเซ็กซี่ลงไอจีถึงหนุเล็ก พร้อมข้อความว่า “รออยู่นะ @nulek_gaga รูป Honeymoon sexy ต้องมีนะ #ส่งมายั่วนู๋ท่อ เอ้ย นู๋เล็กอิอิ #LBMaldivesTrip” โดยมีแต่คนเข้าไปคอมเม้นต์จำนวนมากว่า แซบจริงๆ ขนาดหนูเล็กยังต้องเข้ามาบอกว่า “@djtonhorm 55555555น้องยอมแล้วววววววววว”

สนใจ ทำSEO ทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับ  1 ของหน้า google หรือทำเว็บไซต์ให้ปรากฏอยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุด ของผลการค้นหาผ่าน Search Engine ด้วย Search Keyword ที่เกี่ยวข้องกับ ธุรกิจ ข้อมูล เนื้อหา บทความ สินค้าและ บริการ ที่นำเสนอผ่านเว็บไซต์ของเรา โดยรักษาให้อยู่ในตำแหน่งที่ดีที่สุดเสมอ เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการติดต่อระหว่างร้านค้าและลูกค้าให้เป็นที่รู้จักและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น สนใจทำSEO มาทางนี้เลย! เรายินดีให้คำปรึกษา ด้วยทีมงานผู้เชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ คลิกเลย! รับทำ SEO 

 

 

ที่มา:khaosod

เชียงใหม่พบเด็กป่วยไวรัสซิกา 2 ราย ประกาศเขตพื้นที่คุมโรค 28 วัน

เชียงใหม่พบเด็กป่วยไวรัสซิกา 2 ราย ประกาศเขตพื้นที่คุมโรค 28 วัน

เชียงใหม่พบเด็กป่วยไวรัสซิกา 2 ราย ประกาศเขตพื้นที่คุมโรค 28 วัน

เชียงใหม่พบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสซิกา 2 ราย ล่าสุดเทศบาลต้องประกาศพื้นที่ควบคุมโรครัศมี 100 เมตร รอบบ้านที่พบผู้ป่วย 28 วัน

(21 มิ.ย.)ที่ผ่านมารายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า ขณะนี้มีการตรวจพบผู้ป่วยที่ยืนยันว่าติดเชื้อไวรัสซิกา ในจังหวัดเชียงใหม่ โดยรายงานข่าวดังกล่าวอ้างอิงจากประกาศของเทศบาลตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ลงนามประกาศโดยนายนที ดำรง นายกเทศมนตรีสันทรายหลวง ระบุว่าพบผู้ป่วยยืนยันการติดโรคเชื้อไวรัสซิกาในพื้นที่บ้านเลขที่ 99/307 บ้านโจ้ หมู่ที่ 5 ตำบลสันทรายน้อย อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย.59 ที่ผ่านมา

ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาลตำบลสันทรายหลวงได้อาศัยอำนาจประกาศให้พื้นที่โดยรอบบ้านเลขที่ดังกล่าวทั้งหมดในรัศมี 100 เมตร เป็นเขตพื้นที่เป้าหมายในการควบคุมโรค ในระยะเวลา 28 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

ทั้งนี้รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ผู้ป่วยที่พบในครั้งนี้เป็นเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงรวมจำนวน 2 คน อายุ 10-11 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจนขณะนี้อาการดีขึ้นเกือบเป็นปกติ และแพทย์ให้กลับไปรักษาตัวที่บ้านแล้ว โดยโรคนี้มียุงลายเป็นพาหะและยังไร้วัคซีนป้องกัน จะแสดงอาการออกมาให้เห็นหลังได้รับเชื้อ ซึ่งจะปรากฏอาการคล้ายคลึงกับอาการของโรคไข้เลือดออก ได้แก่ มีผื่นแดงขึ้นตามตัว ไข้ขึ้นสูง เยื่อบุตาอักเสบ ปวดกล้ามเนื้อและข้อต่อ รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัว และปวดหัว แต่อาการเหล่านี้สามารถทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน หากได้รับการรักษาอย่างถูกต้องและทันท่วงที ไม่รุนแรงเท่าโรคไข้เลือดออก ขณะที่ทางด้านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่

คดีรุมฆ่าชายพิการคืบ 90% ไม่แจ้งข้อหาฆ่าไตร่ตรอง

คดีรุมฆ่าชายพิการคืบ 90% ไม่แจ้งข้อหาฆ่าไตร่ตรอง

คดีรุมฆ่าชายพิการคืบ 90% ไม่แจ้งข้อหาฆ่าไตร่ตรอง

ผบก.น.4 เผย คดีชายพิการคืบ 90% ยังไม่แจ้งข้อหาฆ่าโดยไตร่ตรอง ปัดกดดันหลายฝ่ายออกมาเคลื่อนไหว ยันทำตามหลักฐานที่ปรากฏ

พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 กล่าวถึงความคืบหน้าในการรวบรวมพยานหลักฐานในคดีกลุ่มวัยรุ่นรุมทำร้าย นายสมเกียรติ ศรีจันทร์ ชายพิการ เสียชีวิต ภายในซอยโชคชัย 4 เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ที่ผ่านมาว่า ขณะนี้พนักงานสอบสวน สน.โชคชัย เจ้าของคดี ทำสำนวนแล้วเสร็จไปกว่า 90%

เหลือเพียงขั้นตอน รอหลักฐานบางส่วนที่เป็นเอกสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และเชื่อว่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งให้กับพนักงานอัยการ เพื่อตรวจพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มวัยรุ่น ยืนยันทำตามพยานหลักฐาน โดยยังไม่มีการแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ รวมไปถึงทนายความญาติของชายพิการ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ระบุว่าไม่ได้สร้างความกดดันให้เจ้าหน้าที่ ตำรวจยังคงยึดหลักทำคดีไปตามพยานหลักฐานที่ปรากฏ

อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้ต้องหากลุ่มวัยรุ่นทั้งหมด 7 คน ขณะนี้อยู่ระหว่างฝากขังผัดที่ 4 โดยถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำคลองเปรม และทัณฑสถานหญิงกลาง